ในบุคคลทั้ง ๓ ผู้สอบสวนเหล่านั้น ผู้สอบสวนข้อมูลจะพึงกลับถามพระตถาคตเจ้าให้หนักขึ้นไปอีกเทียว.

อธิบายว่า ข้อแรก แม้เธอก็จะถึงความตกลงใจด้วยถ้อยคำของผู้อื่น ก็ขึ้นชื่อว่าผู้อื่นเมื่อรู้บ้างไม่รู้บ้าง ก็จะพึงกล่าว, ถ้อยคำของเธอเป็นถ้อยคำจริงบ้างไม่จริงบ้างอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เธอไม่ถึงความตกลงใจในถ้อยคำของผู้อื่นนั่นเอง จะพึงถามพระตถาคตเจ้าให้ยิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีกเทียว.

ในคำว่า เมื่อพยากรณ์ นี้ เพราะขึ้นชื่อว่าพระตถาคตเจ้าไม่มีพยากรณ์ผิดฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสว่า ถูกผิด (แต่) ตรัสว่า "ทรงพยากรณ์อยู่."

บทว่า "เราเป็นผู้มีอาชีวัฏฐมกศีลนั้นเป็นหนทาง มีอาชีวัฏฐมกศีลนั้นเป็นโคจร" ความว่า เราเป็นผู้มีอาชีวัฏฐมกศีลบริสุทธิ์ว่า นี่เป็นทางของเรา นี่เป็นโคจรของเรา. บาลีว่า เอตาปาโถ ดังนี้บ้าง.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๔๖๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. วีมังสกสูตร”