ในบทว่า อุปฺปนฺนา เจว อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ นี้ ความว่า เมื่อภิกษุได้ปัจจัยมีจีวรเป็นต้นซึ่งตนไม่เคยได้มาก่อน หรือได้วัตถุอันน่าพอใจอย่างใดอย่างหนึ่งของอุปัฏฐาก สัทธิวิหาริกและอันเตวาสิกแล้ว ไม่ใส่ใจโดยแยบคายซึ่งปัจจัยหรือวัตถุนั้นว่างาม เป็นสุข. ก็หรือเมื่อภิกษุไม่ใส่ใจโดยแยบคายซึ่งอารมณ์อย่างอื่นๆ ซึ่งตนไม่เคยได้เสวยมาก่อนโดยประการใดประการหนึ่ง อาสวะเหล่าใดย่อมเกิดขึ้น. อาสวะเหล่านั้นซึ่งยังไม่เกิดขึ้น พึงทราบว่าย่อมเกิดขึ้น ดังนี้.
ความจริง อาสวะทั้งหลายที่ชื่อว่าไม่เกิดขึ้นในสังสารวัฏซึ่งมีที่สุดแห่งเบื้องต้นที่ใครตามไปไม่รู้แล้วโดยประการอื่น ย่อมไม่มี. อาสวะทั้งหลายของภิกษุใดในกาลก่อนไม่เกิดขึ้นในวัตถุหรือในอารมณ์ที่ตนไม่เคยได้เสวยมาก่อนโดยความบริสุทธิ์ ตามปกติหรือด้วยอำนาจการอุทเทศ ปริปุจฉา ปริยัติ นวกรรม และโยนิโสมนสิการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ย่อมเกิดขึ้นโดยฉับพลันด้วยปัจจัยเช่นนั้น ในภายหลัง อาสวะทั้งหลายของภิกษุนั้นพึงทราบว่า ยังไม่ (เคย) เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเกิดขึ้นดังนี้. ส่วนอาสวะทั้งหลายซึ่งกำลังเกิดขึ้นบ่อยๆ ในวัตถุและในอารมณ์เหล่านั้นนั่นแล ท่านเรียกว่าเกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญ. ขึ้นชื่อว่าความเจริญแห่งอาสวะทั้งหลายซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกโดยประการอื่นจากนี้ หามีไม่เลย.
ในบทว่า โยนิโส จ โข ภิกฺขเว นี้ ความว่า อาสวะทั้งหลายของภิกษุใดย่อมไม่เกิดขึ้นโดยความบริสุทธิ์ตามปกติ หรือโดยเหตุมีอุทเทศและปริปุจฉาเป็นต้น เหมือนไม่เกิดขึ้นแก่ท่านมหากัสสปะและนางภัททกาปิลานี ภิกษุนั้นย่อมรู้แจ้งชัดว่า อาสวะทั้งหลายของเรายังไม่ถึงการเพิกถอนด้วยมรรคหรือหนอ อย่ากระนั้นเลย เราจะปฏิบัติเพื่อเพิกถอนอาสวะเหล่านั้น.
ต่อแต่นั้น เธอย่อมเพิกถอนอาสวะทั้งหมดนั้นด้วยมรรคภาวนา อาสวะทั้งหลายเหล่านั้นของเธอ ท่านกล่าวว่าที่ยังไม่เกิดย่อมไม่เกิดขึ้น. ส่วนภิกษุใดมีสติอยู่ห่างไกล อาสวะทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นโดยเร็วพลัน เพราะความหลงลืมแห่งสติ ต่อแต่นั้น เธอนั้นก็ถึงความสังเวช เริ่มตั้งความเพียรโดยแยบคาย ย่อมเพิกถอนอาสวะเหล่านั้นได้ อาสวะซึ่งเกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้นเรียกว่าอันเธอย่อมละได้ เหมือนพระมหาติสสคุตตเถระผู้อยู่ในมัณฑลาราม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที