ก็เพราะการกำหนดโดยธรรมว่า ธรรมเหล่านี้ควรใส่ใจ ธรรมเหล่านี้ไม่ควรใส่ใจดังนี้ ไม่มี แต่การกำหนดโดยอาการมีอยู่ คือธรรมทั้งหลายที่ภิกษุใส่ใจอยู่โดยอาการใด จึงเป็นปทัฏฐานแห่งการบังเกิดขึ้นแห่งอกุศลธรรม ภิกษุไม่ควรทำการใส่ใจธรรมเหล่านั้นโดยอาการนั้น ธรรมทั้งหลายที่ภิกษุใส่ใจโดยอาการใด จึงเป็นปทัฏฐานแห่งการบังเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรม ธรรมเหล่านี้ ภิกษุควรใส่ใจโดยอาการนั้น ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำเป็นต้นว่า ยสฺส ภิกฺขเว ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺโน วา กามาสโว ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺส ความว่า อาสวะเหล่าใดของปุถุชนผู้มิได้สดับแล้วนั้น. บทว่า มนสิกโรโต ความว่า ผู้ระลึก คือนำมาพิจารณา.

วา ศัพท์ ในบทว่า อุปฺปนฺโน วา กามสโว นี้มีสมุจจยะเป็นอรรถ หาได้มีวิกัปเป็นอรรถไม่. ฉะนั้น พึงเห็นเนื้อความในที่นี้ว่า กามาสวะที่ยังไม่เกิดขึ้นย่อมเกิดขึ้น กามาสวะที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญ เหมือนเมื่อพระองค์ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายไม่มีเท้าก็ตาม มี ๒ เท้าก็ตาม มีประมาณเท่าใด ฯลฯ ตถาคตกล่าวรอยเท้าช้างว่าเป็นยอดแห่งสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ดังนี้ย่อมได้ความว่า สัตว์ไม่มีเท้าและสัตว์ ๒ เท้า. และเหมือนเมื่อพระองค์ตรัสว่า เพื่อความดำรงอยู่แห่งสัตว์ทั้งหลายผู้เกิดมาแล้วบ้าง เพื่ออนุเคราะห์สัตว์ผู้เป็นสัมภเวสีบ้าง ย่อมได้ความว่า ภูตและสัมภเวสี. และเหมือนเมื่อพระองค์ตรัสว่า จากไฟบ้าง จากน้ำบ้าง จากการขาดความสามัคคีบ้าง ย่อมได้ความว่า จากไฟ จากน้ำและจากการขาดความสามัคคี ดังนี้.

แม้ในบทนี้ว่า ยสฺส ภิกฺขเว ธมฺเม มนสิกโรโต อนุปฺปนฺโน วา กามาสโว ก็พึงเห็นเนื้อความอย่างนี้ว่า อนุปฺปนฺโน จ กามาสโว อุปฺปชฺชติ อุปฺปนฺโน จ กามาสโว ปวทฺฒติ (กามาสวะที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้นและกามาสวะที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญ).

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒๕๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สัพพาสวสังวรสูตร”