คำว่า "เป็นผู้เกิดจิตเป็นอัศจรรย์พิลึกพิลั่นแล้ว" ความว่า เป็นผู้เกิดอัศจรรย์ เกิดความหลากใจและเกิดความยินดีแล้ว. บาทพระคาถาว่า "ทรงถอนภพพร้อมทั้งรากเหง้าได้แล้ว" ความว่า ทรงถอนคือทรงรื้อ ได้แก่ทรงกระชากภพพร้อมทั้งรากเหง้าของเทวดาและมนุษย์เป็นอันมากแม้เหล่าอื่น ด้วยเทศนานั้นๆ ของพระองค์ที่ควงไม้โพธิ์.

ก็แลในสมัยนั้น มารผู้มีบาปเป็นผู้อันความโกรธครอบงำแล้ว คิดว่า "เมื่อเราท่องเที่ยวอยู่นั่นแหละ พรหมประมาณหมื่นองค์เป็นไปล่วงอำนาจเราไปได้ เพราะพระโคดมผู้สมณะแสดงธรรม จึงเข้าสิงในร่างของพรหมปาริสัชชะองค์ใดองค์หนึ่ง เพราะความเป็นผู้ถูกความโกรธครอบงำแล้ว เพื่อทรงแสดงมารนั้น จึงตรัสคำเป็นต้นว่า "ครั้งนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย" ดังนี้.

บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า "หากแกตามตรัสรู้อย่างนี้" ความว่า หากแกมาตามตรัสรู้ความจริงสี่อย่างด้วยตนอย่างนี้.

คำว่า "อย่าน้อมหมู่สาวกเข้าไป" ความว่า อย่าน้อมเอาธรรมนั้นเข้าไปในสาวกที่เป็นคฤหัสถ์ หรือสาวกที่เป็นบรรพชิต.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒,๕๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. พรหมนิมันตนิกสูตร”