คำว่า อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดขึ้นย่อมเกิดขึ้น และอาสวะทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเจริญ ดังนี้ นี้เป็นคำกล่าวย้ำโดยไม่แตกต่างกันแห่งอาสวะทั้งหลายที่กล่าวแล้วในหนหลัง.

ปุถุชนนี้ใดผู้มิได้สดับอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว เพื่อทรงชี้แจงอาสวะที่พึงละด้วยเทศนาอันเป็นปุคคลาธิฏฐาน เพราะเหตุที่ปุถุชนนั้นเป็นที่ตั้งแม้แห่งอาสวะทั้งหลายมีกามาสวะเป็นต้น ที่มีการใส่ใจโดยอุบายไม่แยบคายเป็นปัจจัยซึ่งตรัสไว้โดยเป็นสามัญธรรมดาอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุใส่ใจโดยอุบายไม่แยบคาย อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดย่อมเกิดขึ้น ฉะนั้น.

ครั้นทรงแสดงอาสวะแม้เหล่านั้นโดยบุคคลนั้นนั่นแล ด้วยคำเพียงเท่านี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงอาสวะที่พึงละด้วยทัสสนะ จึงตรัสคำเป็นต้นว่า โส เอวํ อโยนิโส มนสิกโรติ อโหสึ นุ โข อหํ ดังนี้.

ก็ในสูตรนี้ เมื่อจะทรงแสดงแม้ทิฏฐาสวะด้วยยกวิจิกิจฉาขึ้นเป็นประธาน พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มเทศนานี้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒๕๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สัพพาสวสังวรสูตร”