เวทนาร่างกาย ชื่อว่าเป็นทุกข์ เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้ถึงทุกข์ ชื่อว่าหนา เพราะอรรถว่าหนาแน่น ๑- ชื่อว่าแข็ง เพราะอรรถว่าหยาบ ชื่อว่ากล้า เพราะอรรถว่าคม ชื่อว่าไม่น่ายินดี เพราะเว้นจากความยินดี ชื่อว่าไม่น่าชอบใจ เพราะอรรถว่าไม่เป็นที่เจริญใจ ชื่อว่าเป็นเครื่องคร่าชีวิตได้ ภิกษุใดอดกลั้นเวทนานั้นได้ คือไม่หวั่นไหว ได้แก่ดำรงอยู่ตามปกติ เหมือนพระปธานิยเถระผู้อยู่ที่จิตลดาบรรพต ภิกษุนี้พึงทราบว่าเป็นผู้มีปกติอดกลั้นสิ่งต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้น ฯลฯ. ____________________________ ๑- ปาฐะว่า ทุกฺขาวหนฏฺเฐน พม่าเป็น พหลตฺเถน เห็นว่าเหมาะจึงแปลแบบพม่า.

ได้ยินว่า เมื่อพระเถระยืนบำเพ็ญเพียรอยู่ตลอดคืน ลมในท้องก็เกิดขึ้น. ท่านไม่สามารถจะอดกลั้นลมนั้นได้จึงได้บิดไปบิดมา. พระเถระผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรรูปหนึ่งยืนอยู่ข้างที่จงกรม จึงกล่าวกะท่านว่า อาวุโส ธรรมดาบรรพชิตเป็นผู้มีปกติอดกลั้น ดังนี้. พระเถระนั้นรับว่า ดีละ ผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้นอน (สงบนิ่ง) ไม่ไหวติง. ลมได้แล่นเสียดหัวใจไปจนถึงนาภี. พระเถระข่มเวทนาเจริญวิปัสสนาเพียงชั่วครู่ก็ได้เป็นพระอนาคามีแล้วปรินิพพาน ฉะนี้แล.

บทว่า ยญฺหิสฺส ความว่า (อาสวะทั้งหลายย่อมเกิด) แก่ภิกษุนั้นผู้อดกลั้นความหนาวเป็นต้นอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้.

บทว่า อนธิวาสยโต ความว่า ผู้อดกลั้นไว้ไม่ได้ คือทนไว้ไม่ได้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๓๐๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สัพพาสวสังวรสูตร”