อธิบายว่า ภิกษุนี้ผู้ประกอบเนืองๆ ซึ่งการเจริญโพชฌงค์ ย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์นั้น โดยที่สติสัมโพชฌงค์จะงอมและงอมแล้ว เพื่อการปล่อยวางโดยการสละกิเลส และเพื่อการปล่อยวางโดยการแล่นไปสู่พระนิพพาน ฉะนี้แล.
ในโพชฌงค์ที่เหลือก็นัยนี้.
แต่ว่าในที่นี้ นิพพานนั้นเอง ท่านกล่าวว่าวิเวก เพราะสงัดจากสังขตธรรมทั้งปวง ท่านกล่าวว่าวิราคะ เพราะภาวะแห่งสังขตธรรมทั้งหมด คลายกำหนัดแล้ว และท่านกล่าวว่านิโรธ เพราะภาวะคือความดับแห่งสังขตธรรมทั้งหลาย.
ก็มรรคนั้นแลมีปกติน้อมไปเพื่อการสละ ฉะนั้น พระโยคาวจรย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก เพราะกระทำวิเวกให้เป็นอารมณ์แล้วเป็นไป. พระโยคาวจรย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์อันอาศัยนิโรธก็อย่างนั้น. พระโยคาวจรย่อมเจริญสติสัมโพชฌงค์อันงอมแล้ว คืองอมรอบโดยภาวะคือการสละ และโดยภาวะคือการแล่นไปสู่พระนิพพานโดยการถอนกิเลสได้เด็ดขาด เพราะเกิดขึ้นในขณะแห่งอริยมรรคนั้นแล. พึงเห็นเนื้อความดังกล่าวมานี้. ในโพชฌงค์ที่เหลือก็นัยนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที