ก็ในสมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้อันมหาชนถวายสักการะแสดงความเคารพนับถือบูชานอบน้อม (และ) ทรงได้รับจีวรบิณฑบาตเสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขารอยู่เป็นประจำ ฝ่ายภิกษุสงฆ์แล (ก็เช่นกัน) คือเป็นผู้อันมหาชนถวายสักการะ ฯลฯ (และ) ได้รับ ... บริขารอยู่เป็นประจำ.

พระผู้มีพระภาคเองก็ตรัสไว้เหมือนกันว่า ดูก่อนจุนทะ หมู่หรือคณะที่อุบัติขึ้นในโลกในบัดนี้มีอยู่จำนวนเท่าใด (บรรดาหมู่หรือคณะเหล่านั้น) หมู่หรือคณะอื่นแม้แต่หมู่หนึ่ง ตถาคตก็ยังมองไม่เห็นเลยที่จะได้รับลาภอันเลิศและยศอันเลิศเหมือนกับหมู่ภิกษุ นะจุนทะ ลาภสักการะนี้นั้นที่เกิดขึ้นแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์ รวมกันแล้วเป็นของประมาณไม่ได้ เหมือนน้ำของแม่น้ำใหญ่ ๒ สายที่ไหลมารวมเป็นสายเดียวกันก็เป็นของประมาณไม่ได้ฉะนั้น.

ภิกษุทั้งหลายได้กลายเป็นผู้หนักในปัจจัย ติดในปัจจัย หมกมุ่นในปัจจัยตามลำดับ แม้เมื่อเวลาหลังภัตร (หลังฉันอาหารแล้ว) เมื่อประชาชนนำไทยธรรมมีน้ำมัน น้ำผึ้งและน้ำอ้อยเป็นต้นมาถวายภิกษุเหล่านั้น ครั้นเคาะระฆังแล้วก็ส่งเสียงเอ็ดอึงว่า ถวายแก่อาจารย์ของอาตมานะ ถวายแก่อุปัชฌาย์ของอาตมานะ และพฤติกรรมนั้นของภิกษุเหล่านั้นก็ได้ปรากฏ (ล่วงรู้) ถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเกิดธรรมสังเวชว่า ช่างไม่เหมาะเอาเสียเลย แล้วทรงดำริว่า ตถาคตไม่สามารถจะบัญญัติสิกขาบท (ห้าม) ว่า ปัจจัยเป็นของไม่สมควร เนื่องจากการบำเพ็ญสมณธรรมของกุลบุตรทั้งหลายต้องอาศัยปัจจัย แต่เอาเถอะตถาคตจักแสดงธรรมทายาทปฏิปทา (ข้อปฏิบัติของผู้เป็นธรรมทายาท) ซึ่งก็จักเป็นเหมือนการบัญญัติสิกขาบทแห่งกุลบุตรทั้งหลายผู้ใคร่ต่อการศึกษา และจักเป็นเหมือนกระจกสำหรับส่องดูได้ทั่วตัวที่ติดตั้งไว้ที่ประตูเมือง.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๓๓๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ธรรมทายาทสูตร”