บทว่า มูลํ แปลว่า ใกล้. เพราะว่า มูลศัพท์นี้ใช้ในอรรถว่า ใกล้โคน ในประโยคมีอาทิว่า บุคคลพึงถอนโคน โดยที่สุดแม้มาตรว่า ลำต้นแฝก. มูลศัพท์ใช้ในเหตุที่ไม่ทั่วไป ในประโยคเป็นต้นว่า ความโลภเป็นรากเหง้าของอกุศล.
อนึ่ง มูลศัพท์ใช้ในอรรถว่า ใกล้ ในประโยคเป็นต้นว่า ในเวลาเที่ยงวันเงาทับตัว ด้วยเหตุที่เงา (ของต้นไม้) จะทับตัวในเวลาเที่ยงวัน และใบไม้หล่นในเวลาสงัดลม เงาก็จะทับต้นไม้ ใบไม้ก็จะหล่นใกล้ต้นไม้. แต่ในที่นี้ มูลศัพท์ท่านประสงค์เอาอรรถว่า สมีปะ (ใกล้) เพราะฉะนั้น พึงทราบเนื้อความในคำว่า สาลราชมูเล นี้อย่างนี้ว่า ในที่ใกล้แห่งต้นรังใหญ่.
ในข้อนั้น พึงมีคำถามว่า ถ้าว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในเมืองอุกกัฏฐาก่อนไซร้ ก็ไม่ควรกล่าวว่า ที่ใกล้ต้นรังใหญ่ในป่าสุภควัน. ถ้าว่าประทับอยู่ที่ใกล้ต้นรังใหญ่ในป่าสุภควันนั้นไซร้ ก็ไม่ควรกล่าวว่า ในเมืองอุกกัฏฐา. เพราะว่า พระองค์ไม่อาจจะประทับอยู่คราวเดียวกันในที่ ๒ แห่งได้.
ตอบว่า ก็แล ข้อนั้นไม่พึงเห็นอย่างนี้. เราทั้งหลายได้กล่าวไว้แล้วมิใช่หรือว่า สัตตมีวิภัตติลงในอรรถว่า ใกล้. เพราะฉะนั้น ฝูงโคเมื่อเที่ยวไปใกล้แม่น้ำคงคาและยมุนาเป็นต้น ย่อมถูกเรียกว่าเที่ยวไปใกล้แม่น้ำคงคา ใกล้แม่น้ำยมุนาฉันใด แม้ในที่นี้ก็ฉันนั้น คือพระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อประทับอยู่ในป่าสุภควัน ใกล้เมืองอุกกัฏฐา (และ) ในที่ใกล้ต้นรังใหญ่ ท่านก็เรียกว่า ประทับอยู่ใกล้ต้นรังใหญ่ในป่าสุภควันใกล้เมืองอุกกัฏฐา ดังนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที