แต่ถ้าจะมีใครว่ากล่าวอะไรเธอว่า ท่านไม่ควรทำกรรมนี้อย่างนี้ เธอเป็นผู้มีจิตใจปรารภคำกล่าวนั้น ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด พูดข่มขู่ว่า ท่านเป็นอะไรกับผม. อันนี้เป็นสารัมภะ (ความแข่งดี) ของภิกษุผู้เป็นอามิสทายาทนั้น.

ต่อจากนั้นไป เพราะถัมภะ (ความดื้อรั้น) เธอจะสำคัญตัวอยู่ว่า เรานี้แหละดีกว่าคนอื่น เป็นผู้ถือตัวเพราะสารัมภะ (ความแข่งดี) เธอกลับดูถูกคนอื่นว่าพวกนี้เป็นใครกัน เป็นผู้ถือตัว. อันนี้เป็นมานะ(ความถือตัว) และอติมานะ (ดูหมิ่นท่าน) ของภิกษุผู้เป็นอามิสทายาทนั้น.

เพราะมานะและอติมานะเหล่านี้ เธอย่อมเกิดความเมาหลายแบบมีความเมาในชาติ (กำเนิดตระกูล) เป็นต้น เธอเมาแล้วย่อมประมาท (เผลอสติ) ในวัตถุทั้งหลายแยกประเภทออกไปมีกามคุณเป็นต้น. อันนี้เป็นมทะ (ความเมา) และปมาทะ (ความเผลอสติ) ของภิกษุผู้เป็นอามิสทายาทนั้น.

รวมความว่า ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ เธอย่อมไม่พ้นจากความเป็นอามิสทายาทไปได้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๔๒๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ธรรมทายาทสูตร”