พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า วิธีแห่งการเจริญ (สมถะและวิปัสสนา) ต่อไป.

พระโยคาวจรบางท่านเจริญวิปัสสนามีสมถะนำหน้า บางท่านเจริญสมถะมีวิปัสสนานำหน้า เจริญอย่างไร?

(เจริญอย่างนี้คือ) พระโยคาวจรบางรูปในพระศาสนานี้ทำสมถะอุปจารสมาธิ หรืออัปปนาสมาธิให้เกิดขึ้น นี้เป็นสมถะ (ต่อมา) พระโยคาวจรนั้นพิจารณาเห็นซึ่งสมาธินั้นและธรรมที่สัมปยุตด้วยสมาธินั้นโดยภาวะทั้งหลายมีความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น นี้เป็นวิปัสสนา. อย่างนี้สมถะเกิดก่อน วิปัสสนาเกิดทีหลัง เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เจริญวิปัสสนามีสมถะนำหน้า.

เมื่อเธอเจริญวิปัสสนามีสมถะนำหน้าอยู่ มรรคย่อมเกิด เธอซ่องเสพ เจริญ กระทำให้มากซึ่งมรรคนั้น ย่อมละสังโยชน์ทั้งหลายได้ อนุสัยทั้งหลายย่อมหมดสิ้นไป อย่างนี้พระโยคาวจร ชื่อว่าเจริญวิปัสสนาแบบมีสมถะนำหน้า.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๔๒๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ธรรมทายาทสูตร”