บทว่า ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ ความว่า (ภิกษุเหล่านั้น) ทูลรับพระพุทธฎีกา. อธิบายว่า หันหน้ามาฟัง คือน้อมรับ ได้แก่ทูลรับ.

บทว่า ภควา เอตทโวจ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสูตรทั้งสิ้นนั้น คือที่จะพึงตรัสในบัดนี้.

ก็นิทานพจน์ใดที่ประดับประดาด้วยกาละ เทศะ ผู้แสดง เรื่องราว บริษัทและประเทศ เหมือนท่าน้ำอันมีภูมิภาคขาวสะอาดเดียรดาษด้วยเมล็ดทรายคล้ายสุธาดลอันเกลื่อนกล่นไปด้วยแก้วมุกดา มีบันไดอันพิลาสรจนาด้วยแผ่นศิลาที่ขัดไว้จนไร้ราคี เพื่อง่ายต่อการลงสู่สระโบกขรณีที่สล้างไปด้วยดอกบัวเขียว มีน้ำใสสะอาดรสจืดสนิท เหมือนบันไดอันมีชั้นละเอียดอ่อนสำเร็จด้วยงาช้าง งามรุ่งเรืองเกิดแต่รัศมีของพวงแก้วมณีที่ร้อยด้วยลวดทองคำ เพื่อสะดวกต่อการก้าวขึ้นสู่พระมหาปราสาท มีฝาจัดได้สมส่วน แลกั้นด้วยไพทีอันวิจิตรที่มีองค์ (ดูเหมือน) จะเคลื่อนไหวได้ เหมือนมีประสงค์จะให้สูงเสียดทางเดินของดวงดาว เหมือนมหาทวารที่มีบานกว้างใหญ่อันติดตั้งไว้ดีแล้ว เพริศแพร้วเรืองรองด้วยทองเงินมณีมุกดาและแก้วประพาฬเป็นอาทิ เพื่อสะดวกต่อการเข้าไปสู่คฤหาสน์อันโสภิตไปด้วยอิสสริยสมบัติอันโอฬาร เป็นสถานขวักไขว่ไปด้วยผู้คนที่พูดจาหัวเราะด้วยเสียงอันไพเราะประสานกับเสียงกระทบของกำไลทองที่คล้องไว้เป็นระเบียบ อันพระอานนทเถระเจ้ากล่าวไว้แล้ว.

การพรรณนาความแห่งนิทานพจน์นั้นเป็นอันจบบริบูรณ์ ด้วยประการฉะนี้. เหตุเกิดพระสูตร ๔ อย่าง

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๔๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. มูลปริยายสูตร”