ปาฐะว่า เอลมุขา ดังนี้ก็มี. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า เอลมุกา บ้าง. (แต่) อาจารย์อีกพวกหนึ่งกลับกล่าวว่า เอมุขา ดังนี้ก็ยังมี.

(ถึงอย่างไร) ในทุกๆ บทก็มีความหมายว่า เอลมุขา (ปากมีน้ำลายไหลยืด).

ถามว่า ภิกษุผู้มีปัญญาทรามเหล่านั้น ย่อมเรียกร้องหาภัยและอารมณ์อันน่ากลัวมาได้อย่างไร?

ตอบว่า ภิกษุผู้มีปัญญาทรามมีน้ำลายไหลยืดเหล่านั้น จะไม่สามารถทำแม้เพียงการกำหนดอารมณ์ เมื่อเธอกำหนดอารมณ์ไม่ได้ อยู่ในป่า สิ่งที่เห็นในเวลากลางวัน พอเวลากลางคืนจะปรากฏเป็นภัยและอารมณ์ที่น่ากลัว. เธอมีจิตใจวอกแวกย่อมหวาดเสียวแม้ด้วยอารมณ์เพียงเล็กน้อย เห็นเชือกหรือเถาวัลย์แล้วย่อมสำคัญว่าเป็นงู เห็นตอไม้ย่อมสำคัญว่าเป็นยักษ์ เห็นที่ดอนหรือภูเขาย่อมสำคัญว่าเป็นช้าง (ย่อมหวาดกลัว) เป็นดังหนึ่งถูกสัตว์ร้ายมีงูเป็นต้นทำร้ายเอาฉะนั้น. ภิกษุผู้มีปัญญาทรามเหล่านั้นชื่อว่าเรียกร้อง คือเรียกหาภัยและอารมณ์อันน่ากลัวนั้นให้เข้ามาหาตนดังพรรณนามาฉะนี้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๔๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. ภยเภรวสูตร”