ก็จตุตถฌานนี้ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทำให้บังเกิดแล้วที่ควงโพธิ์พฤกษ์ จตุตถฌานนั้นของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นได้เป็นบาทแห่งการเจริญวิปัสสนา เป็นบาทแห่งการได้อภิญญาและให้สำเร็จกิจทุกอย่าง จึงพึงทราบว่า อำนวยคุณที่เป็นโลกิยะและโลกุตตระให้ได้ทุกอย่าง. และจตุตถฌานนั้นได้อำนวยคุณเหล่าใดให้พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะแสดงเพียงบางส่วน (เอกเทศ) แห่งคุณเหล่านั้น จึงตรัสคำว่า โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ดังนี้เป็นต้น. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
วิชชา ๒ ในพระสูตรนั้น (คือปุพเพนิวาสานุสสติญาณและจุตูปปาตญาณ) มีการพรรณนาไปตามลำดับบทและวิธีเจริญได้กล่าวไว้แล้วอย่างพิสดารในคัมภีร์วิสุทธิมรรค.
แท้จริงในคัมภีร์วิสุทธิมรรคกับในที่นี้มีความแปลกกันแห่งเดียวเท่านั้นดังนี้ คือในวิสุทธิมรรคนั้นท่านกล่าวบทกิริยาไว้ว่า โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ฯเปฯ อภินินฺนาเมติ (แต่) ในที่นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสบทกิริยาไว้ว่า อภินินฺนาเมสึ. และวาระว่าด้วยอัปปนาอย่างนี้ว่า อยํ โข เม พฺราหฺมณ ก็มิได้มาในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โส คือ โส อหํ เราตถาคตนั้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที