อีกอย่างหนึ่ง การมรณภาพทั้งๆ ที่ยังมีกิเลสเพียงดังเนินอยู่ของเขาผู้ดำรงอยู่ในวีติกกมโทษนี้ตามลำดับ คือการต้องอาบัติปาจิตตีย์และถุลลัจจัย การต้องอาบัติสังฆาทิเสส การต้องอาบัติปาราชิก และการทำอนันตริยกรรมมีการฆ่ามารดาเป็นต้น (เปรียบเหมือนภาวะของถาดทองสัมฤทธิ์ที่มัวหมองอยู่แล้ว กลับมัวหมองยิ่งขึ้นไปอีก).

แต่ในข้อความนี้ว่า จักเป็นผู้มีจิตเศร้าหมอง มรณภาพ ไม่ควรเห็นอรรถาธิบายอย่างนี้ว่า จักมรณภาพด้วยอกุศลจิต. เพราะสัตว์ทุกตัวตนตายโดยปกติจิต คือโดยภวังคจิตกันทั้งนั้น แต่คนคนนี้ยังไม่ชำระจิตสันดานให้สะอาดก่อนแล้วจึงตาย ดังนี้แล พึงทราบอรรถาธิบายว่า พระสารีบุตรกล่าวข้อความไว้อย่างนี้ หมายเอาอรรถาธิบายข้อนี้.

ในทุติยวารมีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ปริโยทเปยฺยุํ (ควรขัดถู) ความว่า ทำให้สะอาด คือให้เป็นเช่นกับกระจกเงา ด้วยการล้างการขัดและการถูด้วยขี้เถ้าละเอียดเป็นต้น.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๕๘๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. อนังคณสูตร”