โกรธเคืองพระเถระอย่างนี้ว่า ถ้าธรรมดาไม่มีพระเถระเหล่านี้ไซร้ คนทั้งหลายต้องนิมนต์เฉพาะเราเท่านั้น.

[๖๓] บทว่า อนุโมเทยฺยํ (ควรอนุโมทนา) คือ ควรทำอนุโมทนา. แม้ภิกษุรูปนี้เป็นผู้มีความต้องการลาภ รู้การอนุโมทนาเป็นตอนๆ แบบธรรมดาๆ. เธอคิดปรารถนาอย่างนี้ว่า ณ สถานที่อนุโมทนา แม่บ้านจะพากันมามาก พวกเขาจำเราได้แล้ว ต่อไปจักถวายภักษาหารเป็นถาดๆ.

บทว่า ฐานํ (เหตุที่ตั้ง) ความว่า การอนุโมทนาเป็นภาระ ๑- หน้าที่ของภิกษุทั้งหลายผู้เป็นพหูสูต เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวอธิบายไว้ว่า ภิกษุผู้เป็นพหูสูตควรอนุโมทนา. ____________________________ ๑- ปาฐะเป็น อนุโมทนาภาโว แต่ฉบับที่พม่าเป็น อนุโมทนา ภาโร จึงแปลตามฉบับพม่า ความดีกว่า.

บทว่า กุปิโต (โกรธเคืองแล้ว) หมายความว่า ภิกษุรูปนี้เองจะโกรธเคืองในเพราะเหตุ ๓ สถาน คือ โกรธเคืองคนทั้งหลาย ๑ โกรธเคืองพระเถระ ๑ โกรธเคืองพระธรรมกถึก ๑.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๖๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. อนังคณสูตร”