คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วในวาระที่ ๕.

ความจริง ภิกษุผู้ประกอบด้วยคุณมีศีลเป็นต้น ย่อมอดกลั้น คือย่อมครอบงำ ได้แก่ย่อมย่ำยีความกลัวและความขลาดนั้นตั้งอยู่ เหมือนพระมหาทัตตเถระชาวอริยโกฏิยวิหาร. เทวดาไล่พระ

ได้ยินว่า พระเถระดำเนินไปในหนทาง ได้พบราวป่าอันเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสแห่งใดแห่งหนึ่ง จึงคิดว่า วันนี้ เราจักบำเพ็ญสมณธรรมในที่นี้แล้วจึงจะไปดังนี้แล้ว จึงออกไปจากทางปูลาดผ้าสังฆาฏิ แล้วนั่งขัดสมาธิใกล้โคนต้นไม้แห่งใดแห่งหนึ่ง.

เด็กๆ ของรุกขเทวดาไม่สามารถที่จะดำรงอยู่ตามสภาวะของตนได้ ด้วยเดชแห่งศีลของพระเถระ จึงร้องจ้าขึ้น. แม้เทวดาเองก็เขย่าต้นไม้ทุกต้น พระเถระนั่งไม่ไหวติง เทวดานั้นจึงบังหวนควันให้ไฟลุกโพลงขึ้น (แม้ถึงอย่างนั้น) ก็ไม่สามารถที่จะทำให้พระเถระไหวติงได้.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๖๗๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อากังเขยยสูตร”