คำนั้นมีอธิบายว่า จริงอยู่ โสมนัสกล้าย่อมเกิดขึ้นแก่พระอนาคามีผู้พิจารณาอยู่ถึงการละกิเลสของตนว่า กิเลสเหล่านี้ๆ เราละได้แล้ว เปรียบเหมือนโสมนัสกล้าเกิดขึ้นแก่พระราชาผู้ทรงปราบอันตรายคือโจรที่ซ่องสุมอยู่บริเวณปลายแดนให้สงบแล้ว เสด็จกลับมาประทับพิจารณาพระราชกิจนั้นอยู่ในพระมหานครนั้นฉะนั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงโสมนัสนั้น จึงตรัสคำเป็นต้นว่า ยโถธิ โข ปนสฺส๕- ดังนี้. ____________________________ ๕- ปาฐะนั้น เป็น ยโตธิ ทั้ง ๒ แห่ง แต่ฉบับของพม่าเป็น ยโถธิ จึงแก้ตามฉบับพม่า.
คำนั้นมีอธิบายว่า พระอนาคามีนี้ใดพิจารณาอยู่อย่างนี้ว่า พระอริยสาวกเป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ฯลฯ พระธรรม ฯลฯ (และ) ฯลฯ พระสงฆ์เป็นบุญเขตอันยอดเยี่ยมของชาวโลก กิเลสนั้นเป็นอันพระอนาคามีสละแล้ว สลัดทิ้งแล้วตามส่วนแล ได้แก่สละแล้วตามอำนาจส่วนของตนๆ นั่นแล กิเลสนั้นๆ เป็นอันพระอนาคามีนั้นคายแล้ว ปล่อยแล้ว ละได้แล้ว สลัดทิ้งแล้ว.
บทว่า สกสกโอธิวเสน ความว่า ส่วนมี ๒ คือ ส่วนแห่งกิเลสและส่วนแห่งมรรค.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที