ในคำทั้งหลายมีอาทิว่า ตํ เนตํ มม (สิ่งนี้นั้นไม่ใช่ของเรา) ควรทราบอรรถาธิบายของบทอย่างนี้ก่อนว่า อารมณ์ที่แยกประเภทเป็นเบญจขันธ์นี้นั้นไม่ใช่ของๆ เรา ถึงเราก็ไม่ใช่สิ่งนั้น แม้สิ่งนั้นก็ไม่ใช่อัตตาของเรา ภิกษุเห็นเบญจขันธ์นั้นตามความเป็นจริง ด้วยปัญญาอันชอบอย่างนี้ (มีการละการสลัดทิ้งทิฏฐิเหล่านั้นได้).
แต่เพราะในการยึดถือ ๓ อย่างนี้ เมื่อยึดถือการยึดถือด้วยอำนาจตัณหาว่า นั่นของเรา ก็ชื่อว่ายึดถือตัณหาเป็นเครื่องเนิ่นช้า แยกประเภทออกเป็นตัณหาวิปริต ๑๐๘ ประการ.
เมื่อยึดถือการยึดถือด้วยอำนาจมานะว่า เราเป็นนั่น ชื่อว่ายึดถือมานะเป็นเครื่องเนิ่นช้า แยกประเภทออกเป็นมานะ ๙ ประการ
และเมื่อยึดถือการยึดถือด้วยอำนาจทิฏฐิว่า นั่นอัตตาของเรา ชื่อว่ายึดถือทิฏฐิเป็นเครื่องเนิ่นช้า แยกประเภทออกเป็นทิฏฐิ ๖๒ ประการ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที