เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อตรัสว่า นั่นไม่ใช่ของเรา ก็ชื่อว่าทรงปฏิเสธตัณหาเครื่องเนิ่นช้า แยกประเภทตามที่กล่าวแล้ว. เมื่อตรัสว่า เราไม่ใช่นั่น ก็ชื่อว่าทรงปฏิเสธมานะเป็นเครื่องเนิ่นช้า และเมื่อตรัสว่า นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา ก็ชื่อว่าทรงปฏิเสธทิฏฐิเป็นเครื่องเนิ่นช้า.
อนึ่ง ในเรื่องตัณหามานะทิฏฐิทั้ง ๓ อย่างนี้ ตัณหาและมานะ พึงทราบว่า ตั้งอยู่ในหมวดเดียวกันกับทิฏฐินั่นเอง.
บทว่า เอวเมตํ (เห็นสิ่งนั้นอย่างนี้) คือ เห็นเบญจขันธ์นั่นโดยอาการมีอาทิว่า นั่นไม่ใช่ของเราอย่างนี้.
บทว่า ยถาภูตํ (ตามความเป็นจริง) คือ ตามสภาวะ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที