ในจำนวนกุศลมูลทั้ง ๓ อย่างนั้น อโลภะชื่อว่าเป็นกุศลมูล เพราะตัวเองก็เป็นกุศล และชื่อว่าเป็นมูลของกุศลธรรมทั้งหลาย มีการงดเว้นจากปาณาติบาตเป็นต้นเหล่านี้ด้วย เพราะอรรถว่าเป็นสภาพแห่งสัมปยุตธรรมของกุศลลางเหล่า และเพราะอรรถว่าเป็นอุปนิสสยปัจจัยของกุศลธรรมบางเหล่า. ในความที่อโทสะและอโมหะเป็นกุศลมูล ก็นัยเดียวกันนี้แหละ. อริยสัจในกรรมบถ

บัดนี้ ท่านพระสารีบุตร เมื่อจะย้ำเนื้อความนั้นทั้งหมด ที่ท่านได้แสดงไว้แล้วทั้งโดยย่อและโดยพิสดาร จึงได้กล่าวอัปปนาวาระไว้มีอาทิว่า ยโต โข อาวุโส ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ อกุสลํ ปชานาติ ความว่า รู้ชัดอกุศลด้วยสามารถแห่งอกุศลกรรมบถ ๑๐ ตามที่ได้แสดงไว้แล้วอย่างนี้. ถึงในบทมีอาทิว่า เอวํ อกุสลมูลํ ก็นัยเดียวกันนี้แหละ.

ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ คือด้วยนัยอย่างเดียวกัน เป็นอันท่านพระสารีบุตรได้กล่าวถึงกรรมฐานเป็นเหตุนำสัตว์ออกไป (จากภพ) จนถึงพระอรหัต สำหรับผู้บำเพ็ญกรรมฐาน มีจตุราริยสัจเป็นอารมณ์.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๘๖๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. สัมมาทิฏฐิสูตร”