แต่เพราะเหตุที่ในอาหารวาระนี้ ท่านพระสารีบุตรกล่าวถึงอาหารคละกันไปทั้งอาหารที่เป็นอุปาทินนกะ (มีใจครอง) และที่เป็นอนุปาทินนกะ (ที่ไม่มีใจครอง) ฉะนั้น จึงควรทราบการเกิดขึ้นแห่งอาหาร เพราะตัณหาเกิดอย่างนี้ สำหรับอาหารทั้งหลายที่เป็นอนุปาทินนกะ (ดังต่อไปนี้) :-

อันที่จริง โอชะมีอยู่ในรูปทั้งหลายที่ตั้งขึ้น แต่จิตที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวงนี้ คือกวฬิงการาหารที่เป็นอนุปาทินนกะ ที่เกิดขึ้นแล้วเพราะตัณหาที่เกิดขึ้นพร้อมกันเป็นปัจจัย. ส่วนผัสสะ ๑ เจตนาที่สัมปยุตด้วยจิตที่สหคตด้วยโลภะ ๑ วิญญาณคือตัวจิตเอง ๑ รวมทั้ง (๓ อย่าง) เหล่านี้ ได้แก่ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหารและวิญญาณาหารที่เป็นอนุปาทินนกะเกิดขึ้นแล้ว เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย ดังนี้แล. ตัณหาดับ อาหารจึงดับ

สองบทว่า ตณฺหานิโรธา อาหารนิโรโธ ความว่า ความดับแห่งอาหารย่อมปรากฏ เพราะความดับแห่งตัณหาที่เป็นปัจจัยของอาหารทั้งหลายทั้งที่เป็นอุปาทินนกะและที่เป็นอนุปาทินนกะนี้.

คำที่เหลือ (จากที่อธิบายนี้) มีนัยดังที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้นแหละ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๘๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. สัมมาทิฏฐิสูตร”