สีลวนฺเตหิ สพฺรหฺมจารีหิ สาธารณโภคีติ เอตฺถ สาธารณโภคิโน อิทํ ลกฺขณํ, ยํ ยํ ปณีตํ ลภติ, ตํ ตํ เนว ลาเภน ลาภํ ชิคึสนามุเขน ๒- คิหีนํ เทติ, น อตฺตนา ปริภุญฺชติ, ปฏิคฺคณฺหนฺโตว สํเฆน ธารณํ โหตูติ คเหตฺวา คณฺฑึ ปหริตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ สํฆสนฺตกํ วิย ปสฺสติ. อิมํ ๓- ปน สารณียธมฺมํ โก ปูเรติ, โก น ปูเรตีติ. ทุสฺสีโล ตาว น ปูเรติ, น หิ ตสฺส สนฺตกํ สีลวนฺตา คณฺหนฺติ, ปริสุทฺธสีโล ปน วตฺตํ อขณฺเฑนฺโต ปูเรติ.
ตตฺรีทํ วตฺตํ:- โย หิ โอทิสฺสกํ กตฺวา มาตุ วา ปิตุ วา อาจริยูปชฺฌายาทีนํ วา เทติ, โส ทาตพฺพํ เทติ, ๔- สารณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ, ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหติ, สารณียธมฺโม หิ มุตฺตปลิโพธสฺเสว วฏฺฏติ, เตน ปน โอทิสฺสกํ เทนฺเตน คิลานคิลานูปฏฺฐากอาคนฺตุกคมิกานํ เจว นวปพฺพชิตสฺส จ สงฺฆาฏิปตฺตคฺคหณํ อชานนฺตสฺส ทาตพฺพํ. เอเตสํ ทตฺวา อวเสสํ เถราสนโต ปฏฺฐาย โถกํ โถกํ อทตฺวา โย ยตฺตกํ คณฺหาติ, ตสฺส จ ๕- ตตฺตกํ ทาตพฺพํ. อวสิฏฺเฐ อสติ ปุน ปิณฺฑาย จริตฺวา เถราสนโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ปณีตํ, ตํ ตํ ทตฺวา เสสํ ปริภุญฺชิตพฺพํ, "สีลวนฺเตหี"ติ เอวํ ๖- วจนโต ทุสฺสีลสฺส อทาตุํปิ วฏฺฏติ.
อยํ ปน สารณียธมฺโม สุสิกฺขิตาย ปริสาย สุปูโร โหติ, โน อสิกฺขิตาย ปริสายปิ. ๗- สุสิกฺขิตาย หิ ปริสาย โย อญฺญโต ลภติ, โส น คณฺหาติ, อญฺญโต อลภนฺโตปิ ปมาณเมว ๘- คณฺหาติ, น อติเรกํ. อยํ จ ปน สารณียธมฺโม เอวํ ปุนปฺปุนํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ เทนฺตสฺสาปิ ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูรติ, น ตโต โอรํ. สเจ หิ ทฺวาทสเมปิ วสฺเส สารณียธมฺมปูรโก ปิณฺฑปาตปูรํ ปตฺตํ อาสนสาลายํ ฐเปตฺวา นหายิตุํ คจฺฉติ, สํฆตฺเถโร จ กสฺเสโส ปตฺโตติ. สารณียธมฺมปูรกสฺสาติ วุตฺเต "อาหรถ นนฺ"ติ สพฺพํ ปิณฺฑปาตํ วิจาเรตฺวา