[๔๙๖] ธมฺมตายาติ สภาเวน. ๓- ธมฺมตา เอสาติ สภาโว เอส. วุฏฺฐานํ ปญฺญายตีติ สํฆกมฺมวเสน วา เทสนาย วา วุฏฺฐานํ ทิสฺสติ. อริยสาวโก หิ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต ครุกาปตฺตีสุ กุฏิการสทิสํ ลหุกาปตฺตีสุ สหเสยฺยาทิสทิสํ อจิตฺตกาปตฺตึเยว อาปชฺชติ, ตํปิ อสญฺจิจฺจ, โน สญฺจิจฺจ, อาปนฺนํ น ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺมา อถโข นํ ขิปฺปเมวาติอาทิมาห. ทหโรติ ตรุโณ. กุมาโรติ น มหลฺลโก. มนฺโทติ จกฺขุโสตาทีนํ มนฺทตาย มนฺโท. อุตฺตานเสยฺยโกติ อติทหรตาย อุตฺตานเสยฺยโก, ทกฺขิเณน วา วาเมน วา ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกติ. ๔- องฺคารํ อกฺกมิตฺวาติ อิโต จิโต จ ปสาริเตน หตฺเถน วา ปาเทน วา ผุสิตฺวา. เอวํ ผุสนฺตานํ ปน มนุสฺสานํ น สีฆํ หตฺโถ ฌายติ, ตทาปิ เอกจฺเจ หตฺเถน องฺคารํ คเหตฺวา ปริวตฺตมานา ทูรมฺปิ คจฺฉนฺติ. ทหรสฺส ปน หตฺถปาทา สุขุมาลา โหนฺติ, โส ผุฏฺฐมตฺเตเนว ทยฺหมาโน จิรีติ สทฺทํ กโรนฺโต ขิปฺปํ ปฏิสํหรติ, ตสฺมา อิธ ทหโรว ทสฺสิโต. มหลฺลโกว ๕- ทยฺหนฺโต อธิวาเสติ, อยํ ปน อธิวาเสตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมาปิ ทหโรว ทสฺสิโต. เทเสตีติ อาปตฺติ- ปฏิคฺคาหเก สภาคปุคฺคเล สติ เอกทิวสํ วา รตฺตึ วา อนธิวาเสตฺวา รตฺตึ จตุรงฺเคปิ ตเม สภาคภิกฺขุโน วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เทเสติเยว.
@๔ ฉ.ม. น สกฺโกตีติ อตฺโถ ๕ มหลฺลโก จ
[๔๙๗] อุจฺจาวจานีติ อุจฺจนีจานิ. กึกรณียานีติ กึ กโรมีติ เอวํ วตฺวา กตฺตพฺพกมฺมานิ. ตตฺถ อุจฺจกมฺมํ นาม จีวรสฺส กรณํ รชนํ เจติเย สุธากมฺมํ อุโปสถาคารเจติยฆรโพธิฆเรสุ กตฺตพฺพกมฺมนฺติ เอวมาทีนิ. ๑- อวจกมฺมํ นาม ปาทโธวนมกฺขนาทิขุทฺทกกมฺมํ, อถวา เจติเย สุธากมฺมาทิ อุจฺจกมฺมํ นาม. ตตฺเถว กสาวปจนอุทกานยนกุจฺฉกรณนิสฺเสณิพนฺธนาทิ ๒- อวจกมฺมํ นาม. อุสฺสุกฺกมาปนฺโน โหตีติ อุสฺสุกฺกภาวํ กตฺตพฺพตํ ปฏิปนฺโน โหติ. ติพฺพาเปกฺโข โหตีติ พหลปตฺถโน โหติ. ถมฺภญฺจ อาลุมฺปตีติ ติณญฺจ อาลุมฺปมานา ขาทติ. วจฺฉกญฺจ อปจินาตีติ วจฺฉกญฺจ อปโลเกติ. ตรุณวจฺฉา หิ คาวี อรญฺเญ เอกโต อาคตํ วจฺฉกํ เอกสฺมึ ฐาเน นิปนฺนํ ปหาย ทูรํ น คจฺฉติ, วจฺฉกสฺส อาสนฺนฏฺฐาเน จรมานา ติณํ อาลุมฺปิตฺวา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา เอกนฺตํ วจฺฉกเมว จ วิโลเกติ, เอวเมว โสตาปนฺโน อุจฺจาวจานิ กึกรณียานิ กโรนฺโต ตนฺนินฺโน โหติ, อสิถิลปูรโก ติพฺพจฺฉนฺโท พหลปตฺถโน หุตฺวาว กโรติ.