ปุพฺเพ กิเรส กุลฆเร นิพฺพตฺติตฺวา กาเมสุ อาทีนวํ ทิสฺวา "ชาติชราพฺยาธิมรณสฺส อนฺตํ กริสฺสามี"ติ นิกฺขมฺม อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อภิญฺญาปาทชฺฌานลาภี หุตฺวา คงฺคาตีเร ปณฺณสาลายํ กาเรตฺวา ฌานรติยา วีตินาเมติ. ตทา จ กาเลน กาลํ สตฺถวาหา ปญฺจหิ สกฏสเตหิ มรุกนฺตารํ ปฏิปชฺชนฺติ. มรุกนฺตาเร ปน ทิวา น สกฺกา คนฺตุํ, รตฺตึ คมนํ โหติ. อถ ปุริมสกฏสฺส อคฺคยุเค ยุตฺตพลิพทฺทา คจฺฉนฺตา นิวตฺติตฺวา อาคตมคฺคาภิมุขาว อเหสุํ. อิตรานิ สกฏานิ ๑- ตเถว นิวตฺติตฺวา ๒- อรุเณ อุคฺคเต นิวตฺติตภาวํ ชานึสุ. เตสํ จ ตทา กนฺตาราติกฺกมนทิวโส โหติ. ๓- สพฺพํ ทารูทกํ ปริกฺขีณํ, ตสฺมา "นตฺถิ ทานิ อมฺหากํ ชีวิตนฺ"ติ จินฺเตตฺวา โคเณ จกฺเกสุ พนฺธิตฺวา มนุสฺสา สกฏจฺฉายายํ ๔- ปวิสิตฺวา นิปชฺชึสุ. ตาปโสปิ กาลสฺเสว ปณฺณสาลโต นิกฺขมิตฺวา ปณฺณสาลทฺวาเร นิสินฺโนว คงฺคํ โอโลกยมาโน อทฺทส คงฺคํ มหตา อุทโกเฆน วุยฺหมานํ ปวตฺติตํ มณิกฺขนฺธํ วิย อาคจฺฉนฺตึ. ทิสฺวา จินฺเตสิ "อตฺถิ นุ โข อิมสฺมึ โลเก เอวรูปสฺส มธุโรทกสฺส อลาเภน กิลิสฺสมานา สตฺตา"ติ. โส เอวํ อาวชฺเชนฺโต มรุกนฺตาเร ตํ สตฺถํ ทิสฺวา "อิเม สตฺตา มา นสฺสนฺตู"ติ "อิโต มหา อุทกกฺขนฺโธ ฉิชฺชิตฺวา มรุกนฺตาเร สตฺถาภิมุโข คจฺฉตู"ติ อภิญฺญาจิตฺเตน อธิฏฺฐาสิ. สห จิตฺตุปฺปาเทน มาติการุฬฺหํ วิย อุทกํ ตตฺถ อคมาสิ. มนุสฺสา อุทกสทฺเทน วุฏฺฐาย อุทกํ ทิสฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา นฺหาตฺวา ๕- ปิวิตฺวา โคเณปิ ปาเยตฺวา โสตฺถินา อิจฺฉิตฏฺฐานํ อคมํสุ. สตฺถา ตํ พฺรหฺมุโน ปุพฺพกมฺมํ ทสฺเสนฺโต:-

@๔ ฉ.ม. สกฏปจฺฉายายํ ๕ ฉ.ม. นหายิตฺวา

"ยํ ตฺวํ อปาเยสิ พหู มนุสฺเส

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๐๔๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. พรหมนิมันตนิกสูตร”