ตโต พฺรหฺมา คหิตคหิตํ สตฺถารา วิสฺสชฺชาปิโต กิญฺจิ คเหตพฺพํ อทิสฺวา ลทฺธิคตํ ๑- กาตุกาโม หนฺท จรหิ เต มาริส อนฺตรธายามีติ อาห. ตตฺถ อนฺตรธายามีติ อทิสฺสมานกํ ปาฏิหาริยํ กโรมีติ อาห. สเจ วิสหสีติ ยทิ สกฺโกสิ มยฺหํ อนฺตรธายิตุํ, อนฺตรธายิ, ๒- ปาฏิหาริยํ กโรหีติ. เนวสฺสุ เม สกฺโกติ อนฺตรธายิตุนฺติ มยฺหํ อนฺตรธายิตุํ เนว สกฺโกติ. กึ ปเนส กตฺตุกาโม อโหสีติ. มูลปฏิสนฺธึ คนฺตุกาโม อโหสิ. พฺรหฺมานํ หิ มูลปฏิสนฺธิกอตฺตภาโว สุขุโม, อญฺเญสํ อนาปาโถ, อภิสงฺขตกาเยเนว ติฏฺฐนฺติ. สตฺถา ตสฺส มูลปฏิสนฺธึ คนฺตุํ น อทาสิ. มูลปฏิสนฺธึ วา อคนฺตฺวาปิ เยน ตเมน อตฺตานํ อนฺตรธาเปตฺวา อทิสฺสมานโก

เอวํ วุตฺเต อหํ ภิกฺขเวติ ภิกฺขเว เอเตน พฺรหฺมุนา "หนฺท จรหิ เต มาริส อนฺตรธายามี"ติ เอวํ วุตฺเต ตํ อนฺตรธายิตุํ อสกฺโกนฺตํ ทิสฺวา อหํ เอตทโวจํ. อิทํ คาถมภาสินฺติ กสฺมา ภควา คาถมภาสีติ? สมณสฺส โคตมสฺส อิมสฺมึ ฐาเน อตฺถิภาโว วา นตฺถิภาโว วา กถํ สกฺกา ชานิตุนฺติ เอวํ พฺรหฺมคณสฺส วจโนกาโส มา โหตูติ อนฺตรหิโตว คาถมภาสิ.

ตตฺถ ภเววาหํ ภยํ ทิสฺวาติ อหํ ภเว ภยํ ทิสฺวาเยว. ภวญฺจ วิภเวสินนฺติ อิมญฺจ กามภวาทิติวิธํปิ สตฺตภวํ วิภเวสินํ วิภวํ คเวสมานํ ปริเยสมานํปิ ปุนปฺปุนํ ภเวเยว ทิสฺวา. ภวํ นาภิวทินฺติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน กิญฺจิ ภวํ น อภิวทึ, น คเวสินฺติ อตฺโถ. นนฺทิญฺจ น อุปาทิยินฺติ ภวตณฺหํ น อุปคญฺฉึ, น อคฺคเหสินฺติ อตฺโถ. อิติ จตฺตาริ สจฺจานิ ปกาเสนฺโต สตฺถา ธมฺมํ เทเสสิ. เทสนาปริโยสาเน เทสนานุสาเรน วิปสฺสนาคพฺภํ คาหาเปตฺวา ทสมตฺตานิ พฺรหฺมสหสฺสานิ มคฺคผลามตปานํ ปิวึสุํ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑,๐๕๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. พรหมนิมันตนิกสูตร”