ตสฺสตฺโถ, ยาว โส อิทํ ทุกฺขนฺติ อาคจฺฉติ ตาว เหฏฺฐา วุตฺตนเยน จ วุตฺตปจฺจนีกโต เวทิตพฺโพ. ปจฺจนีกนเยน ปน สพฺพากาเรน อริยธมฺมสฺส อโกวิทอวินีตปจฺจนีกโต อยํ "สุตวา อริยสาวโก อริยธมฺมสฺส โกวิโท อริยธมฺเม สุวินีโต"ติ เวทิตพฺโพ. อปิจ โข สิกฺขาปฺปตฺตวิปสฺสนโต ปภูติ ตาว โคตฺรภู, ตาว ตทนุรูเปน อตฺเถน อยํ อริยสาวโกติ เวทิตพฺโพ.

[๒๑] "โส อิทํ ทุกฺขนฺติ โยนิโย มนสิกโรตี"ติ อาทีสุ อยมฺปน อตฺถวิภาวนา, โส จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิโก อริยาสาวโก ตณฺหาวชฺชา เตภูมิกา

ตตฺรายํ อุปาโย, อภินิเวโส นาม วฏฺเฏ โหติ, วิวฏฺเฏ นตฺถิ. ตสฺมา "อยํ อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย ปฐวีธาตุ อาโปธาตู"ติ อาทินา นเยน สกสนฺตติยํ จตฺตาริ ภูตานิ ตทนุสาเรน อุปาทารูปานิ จ ปริคฺคเหตฺวา อยํ รูปกฺขนฺโธติ ววตฺถเปติ, ตํ ววตฺถาปยโต อุปฺปนฺเน ตทารมฺมเณ จิตฺตเจตสิเก ธมฺเม อิเม จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธาติ ววตฺถเปติ, ตโต อิเม ปญฺจกฺขนฺธา ทุกฺขนฺติ ววตฺถเปติ, เต ปน สงฺเขปโต นามญฺจ รูปญฺจาติ เทฺว ภาคา เอว โหนฺติ. อิทญฺจ นามรูปํ สเหตุ สปจฺจยํ อุปฺปชฺชติ. ตสฺส อยํ เหตุ อยํ ปจฺจโยติ อวิชฺชาภวตณฺหากมฺมาหาราทิเก เหตุปจฺจเยว ววตฺถาเปติ. ตโต เตสํ ปจฺจยานญฺจ ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมานญฺจ ยาถาวสรสลกฺขณํ ววตฺถเปตฺวา อิเม ธมฺมา อหุตฺวา โหนฺตีติ อนิจฺจลกฺขณํ อาโรเปติ, อุทยวยปีฬิตตฺตา ทุกฺขาติ ทุกฺขลกฺขณํ อาโรเปติ, อวสวตฺตนโต อนตฺตาติ อนตฺตลกฺขณํ อาโรเปติ. เอวํ ตีณิ ลกฺขณานิ อาโรเปตฺวา ปฏิปาฏิยา วิปสฺสนํ ปวตฺเตนฺโต โสตาปตฺติมคฺคํ ปาปุณาติ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑๔๒

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สัพพาสวสังวรสูตร”