อุนฺนติลกฺขโณ มาโน, อหงฺการรโส, อุทฺธุมาตภาวปจฺจุปฏฺฐาโน. อพฺภุนฺนติลกฺขโณ อติมาโน, อติวิย อหงฺการรโส, อจฺจุทฺธุมาตภาวปจฺจุปฏฺฐาโน.

มตฺตภาวลกฺขโณ มโท, มทคาหนรโส, อุมฺมาทปจฺจุปฏฺฐาโน. ปญฺจสุ กามคุเณสุ จิตฺตโวสฺสคฺคลกฺขโณ ปมาโท, โวสฺสคฺคานุปฺปทานรโส, สติวิปฺปวาสปจฺจุปฏฺฐาโนติ เอวํ อิเมสํ ธมฺมานํ ลกฺขณาทีนิ เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน "ตตฺถ กตโม โกโธ"ติ อาทินา วิภงฺเค ๑- วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

วิเสสโต เจตฺถ อามิสทายาโท อตฺตโน อลภนฺโต อญฺญสฺส ลาภิโน กุชฺฌติ, ตสฺส สกึ อุปฺปนฺโน โกโธ โกโธเยว, ตทุตฺตรึ ๒- อุปนาโห. โส เอว กุทฺโธ อุปนยฺหนฺโต จ สนฺโตปิ อญฺญสฺส ลาภิโน คุเณ มกฺเขติ, อหมฺปิ ตาทิโสติ จ ยุคคฺคาหํ คณฺหาติ, อยมสฺส มกฺโข จ ปฬาโส จ, โส เอวํ มกฺขี ปฬาสี ตสฺส ลาภสกฺการาทีสุ กึ อิมสฺส อิมินาติ อิสฺสติ ปทุสฺสติ, อยํ อิสฺสา. สเจ ปนสฺส กาจิ สมฺปตฺติ โหติ, ตสฺสา เตน สาธารณภาวํ น สหติ, อิทมสฺส มจฺเฉรํ. ลาภเหตุ โข ปน อตฺตโน สนฺเตปิ โทเส ปฏิจฺฉาเทติ, อยมสฺส มายา. อสนฺเตปิ คุเณ ปกาเสติ, อิทมสฺส สาเฐยฺยํ. โส เอวํ ปฏิปนฺโน สเจ ยถาธิปฺปายํ ลาภํ ลภติ, เตน ถทฺโธ โหติ อมุทุจิตฺโต, นยิทํ เอวํ กาตพฺพนฺติ โอวทิตุํ อสกฺกุเณยฺโย, อยมสฺส ถมฺโภ. สเจ ปน นํ โกจิ กิญฺจิ วทติ "นยิทํ เอวํ กาตพฺพนฺ"ติ, เตน สารทฺธจิตฺโต โหติ ภากุฏิกมุโข "โก เม ตฺวนฺ"ติ ปสยฺหภาณี, อยมสฺส สารมฺโภ. ตโต ถมฺเภน "อหเมว เสยฺโย"ติ อตฺตานํ มญฺญนฺโต มานี โหติ. สารมฺเภน "เก อิเม"ติ ปเร อติมญฺญนฺโต อติมานี,

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๑๙๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. ธรรมทายาทสูตร”