สนฺโต สํวิชฺชมานาติ โลกสงฺเกตวเสน อตฺถิ อุปลพฺภมานา. โลกสฺมินฺติ สตฺตโลเก. สงฺคโณว สมาโนติอาทีสุ ปน องฺคณนฺติ กตฺถจิ กิเลสา วุจฺจนฺติ. ยถาห "ตตฺถ กตมานิ ตีณิ องฺคณานิ, ราโค องฺคณํ, โทโส องฺคณํ, โมโห องฺคณนฺ"ติ. ๒- กตฺถจิ ยํ กิญฺจิ มลํ วา ปงฺโก วา, ยถาห "ตสฺเสว รชสฺส วา องฺคณสฺส วา ปหานาย วายมตี"ติ. กตฺถจิ ตถารูโป ภูมิภาโค, โส โพธิยงฺคณํ เจติยงฺคณนฺติ อาทิวเสน เวทิตพฺโพ. อิธ ปน นานปฺปการา ติพฺพกิเลสา "องฺคณนฺ"ติ อธิปฺเปตา. ตถาหิ วกฺขติ "ปาปกานํ โข เอตํ อาวุโส อกุสลานํ อิจฺฉาวจรานํ อธิวจนํ ยทิทํ องฺคณนฺ"ติ. ๓- สห องฺคเณน สงฺคโณ. ๔-

สงฺคโณว สมาโนติ สกิเลโสเยว สนฺโต. อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ องฺคณนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาตีติ มยฺหํ อตฺตนิ จิตฺตสนฺตาเน กิเลสา อตฺถีติปิ น ชานาติ. "อิเม กิเลสา นาม กกฺขฬา วาฬา ปชหิตพฺพา น คเหตพฺพา

@๓ ม.มู. ๑๒/๖๐/๓๕ อนงฺคณสุตฺต ๔ ฉ.ม. สางฺคโณ เอวมุปริปิ วิสทฏฺฐสลฺลสทิสา"ติ เอวํ ยาถาวสรสโตปิ น ชานาติ. โย อตฺถีติ จ ชานาติ, เอวญฺจ ชานาติ. โส "อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ องฺคณนฺ"ติ ยถาภูตํ ปชานาตีติ วุจฺจติ. ยสฺส ปน มคฺเคน สมูหตา กิเลสา, น จ อุปฺปชฺชนฺติ เยน วา เตน วา วาริตตฺตา, อยมิธ อนงฺคโณติ อธิปฺเปโต. นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ องฺคณนฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาตีติ "มยฺหํ กิเลสา เยน วา เตน วา นิวาริตตฺตา นตฺถิ, น มคฺเคน สมูหตตฺตา"ติ น ชานาติ, "เต อุปฺปชฺชมานา มหาอนตฺถํ กริสฺสนฺติ กกฺขฬา วาฬา ปชหิตพฺพา น คเหตพฺพา วิสทฏฺฐสลฺลสทิสา"ติ เอวํ ยาถาวสรสโตปิ น ชานาติ. โย ปน "อิมินา การเณน นตฺถี"ติ จ ชานาติ, เอวญฺจ ชานาติ, โส "นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ องฺคณนฺ"ติ ยถาภูตํ ปชานาตีติ วุจฺจติ. ตตฺราติ เตสุ จตูสุ ปุคฺคเลสุ เตสุ วา ทฺวีสุ สงฺคเณสุ. ยฺวายนฺติ โย อยํ, ยายนฺติปิ ปาโฐ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒๕๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. อนังคณสูตร”