อนุโมเทยฺยนฺติ อนุโมทนํ กเรยฺยํ. อยํปิ ลาภตฺถิโก ยํ วา ตํ วา ขณฺฑานุโมทนํ ชานาติ, "โส อนุโมทนฏฺฐาเน พหู มาตุคามา อาคจฺฉนฺติ, ตา มํ สญฺชานิตฺวา ตโต ปภูติ ถาลกภิกฺขํ ทสฺสนฺตี"ติ ปตฺเถนฺโต เอวํ จินฺเตสิ. ฐานนฺติ พหุสฺสุตานํ อนุโมทนาภาโว, เตน พหุสฺสุโต อนุโมเทยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. กุปิโตติ อยํปิ ตีสุ ฐาเนสุ กุปฺปติ มนุสฺสานํ เถรสฺส ธมฺมกถิกสฺส จ. กถํ มนุสฺสานํ? "อิเม ปุพฺเพ มํเยว อุปสงฺกมิตฺวา ยาจนฺติ `อมฺหากํ นาคตฺเถโร อมฺหากํ สุมนตฺเถโร อนุโมทตู'ติ, อชฺช ปน นาโวจุนฺ"ติ เอวํ มนุสฺสานํ กุปฺปติ. กถํ เถรสฺส? "อยํ สํฆตฺเถโร `ตุมฺหากํ กุลูปกํ นาคตฺเถรํ สุมนตฺเถรํ อุปสงฺกมถ, อยํ อนุโมทิสฺสตี'ติ น ภณตี"ติ เอวํ เถรสฺส กุปฺปติ. กถํ ธมฺมกถิกสฺส? "เถเรน วุตฺตมตฺเตเยว ปหารํ ลทฺธกุกฺกุโฏ วิย ตุริตตุริตํ ปสฺสติ, อิมํ นาม นิกฺกฑฺฒนฺตา นตฺถิ, อิมสฺมิญฺหิ อสติ อหเมว อนุโมเทยฺยนฺ"ติ เอวํ ธมฺมกถิกสฺส กุปฺปติ.

อารามคตานนฺติ วิหาเร สนฺนิปติตานํ. อยํปิ ลาภตฺถิโก ยํ วา ตํ วา ขณฺฑธมฺมกถํ ชานาติ, โส ปสฺสติ ตาทิเสสุ ฐาเนสุ ทฺวิโยชนติโยชนโต

ภิกฺขุนีนนฺติ โอวาทตฺถํ วา อุทฺเทสตฺถํ วา ปริปุจฺฉตฺถํ วา ปูชากรณตฺถํ วา อารามํ อาคนฺตฺวา สนฺนิปติตภิกฺขุนีนํ. อยมฺปิ ลาภตฺถิโก, ตสฺเสวํ โหติ อิมา มหากุลา ปพฺพชิตา ภิกฺขุนิโย, ตาสุ กุเลสุ ปวิสิตฺวา นิสินฺนาสุ มนุสฺสา ปุจฺฉิสฺสนฺติ "กสฺส สนฺติเก โอวาทํ วา อุทฺเทสํ วา ปริปุจฺฉํ วา คณฺหถา"ติ. ตโต วกฺขนฺติ "อสุโก นาม อยฺโย พหุสฺสุโต ตสฺส เทถ กโรถา"ติ, เตนสฺส เอวํ อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ. ฐานนฺติ โอวาทาทโย นาม พหุสฺสุตานํ ภาโร, เตน พหุสฺสุโต เทเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. กุปิโตติ อยํ ทฺวีสุ ฐาเนสุ กุปฺปติ ตาสญฺจ ภิกฺขุนีนํ "อิมา ปุพฺเพ มํ นิสฺสาย อุโปสถปวารณาทีนิ ลภนฺติ, ตา อิทานิ ตมฺมุหุตฺตํ ทิฏฺฐมตฺตกมหลฺลกตฺเถรสฺส สนฺติกํ คตา"ติ, ธมฺมกถิกสฺส จ "เอส อิมาสํ สหสา โอวาทํ อทาสิเยวา"ติ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒๖๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. อนังคณสูตร”