@พฺยาติปิ ๗ ม. อฉาตานํ, ฉ.ม., อิ. ธาตานํ ๘ ฉ.ม. กุณปรจนํ อเนกสูปํ, นานปฺปการมํสาทิพฺยญฺชเนหิ อเนกพฺยญฺชนนฺติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

อุปมาสํสนฺทเน จ สาลิวรภตฺตรจนํ วิย อิจฺฉาวจรปฺปหานํ, อปรกํสปาติยา ปฏิกุชฺชนํ วิย อปฺปิจฺฉตาสมุฏฺฐาเนหิ คามนฺตวิหาราทีหิ อิจฺฉาวจรปฺปหาน- ปฏิจฺฉาทนํ, กํสปาตึ วิวริตฺวา สาลิวรภตฺตทสฺสเนน ชนสฺส มนาปตา วิย คามนฺตวิหาราทีนิ อนาทิยิตฺวา อิจฺฉาวจรปฺปหานทสฺสเนน สพฺรหฺมจารีนํ สกฺการกรณาทีนิ ๑- เวทิตพฺพานิ. ๑-

[๖๓] อุปมา มํ อาวุโส สาริปุตฺต ปฏิภาตีติ มยฺหํ อาวุโส สาริปุตฺต อุปมา อุปฏฺฐาติ, เอกํ อุปมํ วตฺตุกาโม อหนฺติ อธิปฺปาโย. ปฏิภาตุ ตนฺติ ตุยฺหํ ปฏิภาตุ อุปฏฺฐาตุ, วท ตฺวนฺติ อธิปฺปาโย. เอกมิทาหนฺติ เอตฺถ อิทาติ นิปาตมตฺตํ, เอกสฺมึ สมเย อหนฺติ วุตฺตํ โหติ, ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ. ราชคเห วิหรามิ คิริพฺพเชติ ราชคหนฺติ ตสฺส นครสฺส นามํ, สมนฺตโต ปน คิริปริกฺเขเปน วโช วิย สณฺฐิตตฺตา คิริพฺพชนฺติ วุจฺจติ. ตสฺมึ นคเร วิหรามิ, ตนฺนิสฺสาย วิหรามีติ วุตฺตํ โหติ. อถ ขฺวาหนฺติ อถ โข อหํ. เอตฺถ จ อถาติ อญฺญาธิการวจนารมฺเภ นิปาโต. โขติ ปทปูรณมตฺเต. ปุพฺพณฺหสมยนฺติ ทิวสสฺส ปุพฺพภาคสมยํ, ปุพฺพณฺหสมเยติ อตฺโถ, ปุพฺพณฺเห วา สมยํ ปุพฺพณฺหสมยํ, ปุพฺพณฺเห เอกํ ขณนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ ลพฺภติ. นิวาเสตฺวาติ ปริทหิตฺวา, วิหารนิวาสนปริวตฺตนวเสเนว ตํ เวทิตพฺพํ. คามปฺปเวสนตฺถาย วา สณฺฐเปตฺวา นิวาสนวเสเนว, น หิ โส ตโต ปุพฺเพ อนิวตฺโถ อโหสิ.

ปตฺตจีวรมาทายาติ ปตฺตํ หตฺเถหิ จีวรํ กาเยน อาทิยิตฺวา. ปิณฺฑายาติ ปิณฺฑปาตตฺถาย. สมีตีติ ตสฺส นามํ. ยานการปุตฺโตติ รถการปุตฺโต. ปณฺฑุปุตฺโตติ ปณฺฑุสฺส ปุตฺโต. อาชีวโกติ นคฺคสมณโก. ปุราณยานการปุตฺโตติ โปราณยานการกุลสฺส ปุตฺโต. ปจฺจุปฏฺฐิโตติ อุปคนฺตฺวา ฐิโต. วงฺกํ นาม เอกโต กุฏิลํ. ชิมฺหํ สปฺปคตมคฺคสทิสํ. โทสนฺติ เผคฺคุวิสมคณฺฐิกาทึ. ยถา ยถาติ กาลตฺเถ

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒๗๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. อนังคณสูตร”