เอวํ อภิญฺญาปาทเก ฌาเน วุตฺเต กิญฺจาปิ อภิญฺญานํ วาโร อาคโต, อถ โข นํ ภควา อคฺคเหตฺวาว ยสฺมา น เกวลํ อภิญฺญาปาทกชฺฌานานิ จ อภิญฺญาโยเยว จ สีลานํ อานิสํโส, อปิจ โข จตฺตาริ อรูปชฺฌานานิ ตโย จ เหฏฺฐา อริยมคฺคา ตสฺมา ตํ สพฺพํ ปริยาทิยิตฺวา ทสฺเสตุํ อากงฺเขยฺย เจ ฯเปฯ เย เต สนฺตาติ เอวมาทิมาห.

ตตฺถ สนฺตาติ องฺคสนฺตตาย เจว อารมฺมณสนฺตตาย จ สนฺตา. วิโมกฺขาติ ปจฺจนีกธมฺเมหิ วิมุตฺตตฺตา ๒- อารมฺมเณ จ อธิมุตฺตตฺตา. อติกฺกมฺม รูเปติ รูปาวจรชฺฌาเน อติกฺกมิตฺวา, เย เต วิโมกฺขา อติกฺกมฺม รูเป สนฺตาติ ปทสมฺพนฺโธ, อิตรถา หิ อติกฺกมฺม รูเป กึ กโรตีติ น ปญฺญาเยยฺยุํ. อารุปฺปาติ อารมฺมณโต เจว วิปากโต จ รูปวิรหิตา. กาเยน ผุสิตฺวาติ นามกาเยน ผุสิตฺวา ปาปุณิตฺวา, อธิคนฺตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ อุตฺตานเมว. อิทํ วุตฺตํ โหติ "โยปิ ภิกฺขุ อิเม วิโมกฺเข ผุสิตฺวา วิหริตุกาโม, โสปิ สีเลเสฺวว ปริปูริการี อสฺสา"ติ.

[๖๗] นวมวาเร ติณฺณํ สํโยชนานนฺติ สกฺกายทิฏฺฐิวิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาส- สงฺขาตานํ ติณฺณํ พนฺธนานํ. ตานิ หิ สํโยเชนฺติ ขนฺธคติภวาทีหิ ขนฺธคติภวาทโย วา กมฺมผเลน, ๓- ตสฺมา สํโยชนานีติ วุจฺจนฺติ, พนฺธนานีติ อตฺโถ. ปริกฺขยาติ ปริกฺขเยน. โสตาปนฺโนติ โสตํ อาปนฺโน. โสโตติ จ มคฺคสฺเสตํ อธิวจนํ. โสตาปนฺโนติ ตํสมงฺคีปุคฺคลสฺส. ๔- ยถาห "โสโต โสโตติ หิทํ สาริปุตฺต วุจฺจติ, กตโม นุโข สาริปุตฺต โสโตติ, อยเมว หิ ภนฺเต อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, เสยฺยถีทํ, สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาสงฺกปฺโป ฯเปฯ สมฺมาสมาธีติ, โสตาปนฺโน โสตาปนฺโนติ หิทํ สาริปุตฺต วุจฺจติ. กตโม นุโข สาริปุตฺต โสตาปนฺโนติ. โย หิ ภนฺเต อิมินา อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สมนฺนาคโต, อยํ วุจฺจติ โสตาปนฺโน,

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๒๘๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. อากังเขยยสูตร”