@๔-๔ ฉ.ม. อากาเส ปติฏฺฐาสิ, อิ. อากาสํ อุฏฺฐหิ จกฺกรตนํ โอตริตฺวา ปฐวิยํ ปติฏฺฐาสิ สทฺธึ ปริณายกรตนปฺปมุขาย จาตุรงฺคินิยา เสนาย. ราชา เอกโกว ตาวตึสภวนํ อคมาสิ. สกฺโก "มนฺธาตา อาคโต"ติ สุตฺวาว ตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา "สฺวาคตํ เต มหาราช, สกนฺเต มหาราช, อนุสาส มหาราชา"ติ วตฺวา สทฺธึ นาฏเกหิ รชฺชํ เทฺว ภาเค กตฺวา เอกํ ภาคมทาสิ. รญฺโญ ตาวตึสภวเน ปติฏฺฐิตมตฺตสฺเสว มนุสฺสตฺตภาโว ๑- วิคจฺฉิ, เทวตฺตภาโว ๑- ปาตุรโหสิ.
ตสฺส กิร สกฺเกน สทฺธึ ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ นิสินฺนสฺส อกฺขินิมฺมิลมตฺเตน ๒- นานตฺตํ ปญฺญายติ. ตํ อสลฺลกฺเขนฺตา เทวา สกฺกสฺส จ ตสฺส จ นานตฺเต มุยฺหนฺติ. โส ตตฺถ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน ยาว ฉตฺตึส สกฺกา อุปฺปชฺชิตฺวา จุตา, ตาว รชฺชํ กาเรตฺวา อติตฺโตว กาเมหิ ตโต จวิตฺวา อตฺตโน อุยฺยาเน ปติฏฺฐิโต วาตาตเปน ผุฏฺฐิตคตฺโต ๓- กาลมกาสิ.
จกฺกรตเน ปน ปฐวิยํ ปติฏฺฐิเต ปริณายกรตนํ สุวณฺณปฏฺเฏ มนฺธาตุอุปาหนํ ลิขาเปตฺวา อิทํ มนฺธาตุรชฺชนฺติ รชฺชมนุสาสิ. เตปิ ตีหิ ทีเปหิ อาคตมนุสฺสา ปุน คนฺตุํ อสกฺโกนฺตา ปริณายกรตนํ อุปสงฺกมิตฺวา"เทว มยํ รญฺโญ อานุภาเวน อาคตา, อิทานิ คนฺตุํ น สกฺโกม, วสนฏฺฐานํ โน เทหี"ติ ยาจึสุ. โส เตสํ วสนตฺถาย เอเกกํ ชนปทมทาสิ. ตตฺถ ปุพฺพวิเทหโต อาคตมนุสฺเสหิ อาวสิตปฺปเทโส ตาเยว ปุริมสญฺญาย วิเทหรฏฺฐนฺติ นามํ ลภิ. อมรโคยานโต อาคตมนุสฺเสหิ อาวสิตปฺปเทโส อปรนฺตชนปโทติ นามํ ลภิ. อุตฺตรกุรุโต อาคตมนุสฺเสหิ อาวสิตปฺปเทโส กุรุรฏฺฐนฺติ นามํ ลภีติ. พหุเก ปน คามนิคมาทโย อุปาทาย พหุวจเนน โวหเรยฺยุนฺติ. ๔- เตน วุตฺตํ "กุรูสุ วิหรตี"ติ.