เอวมสฺส ตํ เสนาสนํ ภาวนานุรูปํ โหติ. เตน วุตฺตํ "อิทมสฺส สติปฏฺฐานภาวนานุรูปเสนาสนปริคฺคหปริทีปนนฺ"ติ.

อปิจ ยสฺมา อิทํ กายานุปสฺสนาย มุทฺธภูตํ ๓- สพฺพพุทฺธปจฺเจก- พุทฺธพุทฺธสาวกานํ วิเสสาธิคมทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารปทฏฺฐานํ อานาปานสติกมฺมฏฺฐานํ อิตฺถีปุริสหตฺถิอสฺสาทิสทฺทสมากุลํ คามนฺตํ อปริจฺจชิตฺวาน สุกรํ สมฺปาเทตุํ สทฺทกณฺฏกตฺตา ฌานสฺส. อคามเก ปน อรญฺเญ สุกรํ โยคาวจเรน อิทํ กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคเหตฺวา อานาปานจตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเมว ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อคฺคผลอรหตฺตํ ปาปุณิตุํ. ตสฺมาสฺส อนุรูปํ เสนาสนํ ทสฺเสนฺโต ภควา "อรญฺญคโต วา"ติอาทิมาห.

วตฺถุวิชฺชาจริโย วิย หิ ภควา. โส ยถา วตฺถุวิชฺชาจริโย นครภูมึ ปสฺสิตฺวา สุฏฺฐุ อุปปริกฺขิตฺวา "เอตฺถ นครํ มาเปถา"ติ อุปทิสติ, ๔- โสตฺถินา

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๔๑๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สติปัฏฐานสูตร”