สมฺมิญฺชิเต ปสาริเตติ ปพฺพานํ สมฺมิญฺชนปสารเณ. ตตฺถ จิตฺตวเสเนว สมฺมิญฺชนปสารณํ อกตฺวา หตฺถปาทานํ สมฺมิญฺชนปสารณปจฺจยา อตฺถานตฺถํ ปริคคฺเหตฺวา อตฺถปริคคณฺหนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. ตตฺถ หตฺถปาเท อติจิรํ สมฺมิญฺชิตฺวา วา ปสาริตฺวา วา ฐิตสฺส ขเณ ขเณ เวทนา อุปฺปชฺชนฺติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น ลภติ, กมฺมฏฺฐานํ ปริปตติ, วิเสสํ น อธิคจฺฉติ. กาเลน ๑- สมฺมิญฺชนฺตสฺส กาเลน ๑- ปสาเรนฺตสฺส ปน ตา เวทนา น อุปฺปชฺชนฺติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, กมฺมฏฺฐานํ ผาตึ คจฺฉติ, วิเสสํ อธิคจฺฉตีติ เอวํ อตฺถานตฺถปริคฺคณฺหนํ เวทิตพฺพํ.

อตฺเถ ปน สติปิ สปฺปายาสปฺปายํ ปริคฺคณฺหิตฺวา สปฺปายปริคฺคหณํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ. ตตฺรายํ นโย:- มหาเจติยงฺคเณ กิร ทหรภิกฺขู สชฺฌายํ กโรนฺติ. ๒- เตสํ ปิฏฺฐิปสฺเส ทหรภิกฺขุนิโย ธมฺมํ สุณนฺติ. ตตฺเรโก ทหโร หตฺถํ ปสาเรตฺวา กายสํสคฺคํ ปตฺวา เตเนว การเณน คิหี ชาโต. อปโรปิ ภิกฺขุ ปาทํ ปสาเรนฺโต อคฺคิมฺหิ ปสาเรสิ, อฏฺฐึ อาหจฺจ ปาโท ฌายิ. อปโร วมฺมิเก ปสาเรสิ, โส อาสีวิเสน ทฏฺโฐ. อปโร จีวรกุฏิทณฺฑเก ปสาเรสิ, ตํ มณิสปฺโป ฑํสิ. ตสฺมา เอวรูเป อสปฺปาเย อปสาเรตฺวา สปฺปาเย ปสาเรตพฺพํ. อิทเมตฺถ สปฺปายสมฺปชญฺญํ.

โคจรสมฺปชญฺญํ ปน มหาเถรวตฺถุนา ทีเปตพฺพํ:- มหาเถโร กิร ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโน อนฺเตวาสิเกหิ สทฺธึ กถยมาโน สหสา หตฺถํ สมฺมิญฺชิตฺวา ปุน ยถาฏฺฐาเน ฐเปตฺวา สณิกํ สมฺมิญฺเชสิ. ตํ อนฺเตวาสิกา ปุจฺฉึสุ "กสฺมา ภนฺเต สหสา หตฺถํ สมฺมิญฺชิตฺวา ปุน ยถาฏฺฐาเน ฐเปตฺวา สณิกํ สมฺมิญฺชยิตฺถา"ติ. ยโต ปฏฺฐายาหํ อาวุโส กมฺมฏฺฐานํ มนสิกาตุํ อารทฺโธ, น เม กมฺมฏฺฐานํ มุญฺจิตฺวา หตฺโถ สมฺมิญฺชิตปุพฺโพ, อิทานิ ปน ตุเมฺหหิ สทฺธึ กถยมาเนน

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๔๓๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สติปัฏฐานสูตร”