โส "อิเม ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา กึ นิสฺสิตา"ติ อุปธาเรนฺโต "วตฺถุํ นิสฺสิตา"ติ ปชานาติ. วตฺถุ นาม กรชกาโย, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ "อิทญฺจ ปน เม วิญฺญาณํ เอตฺถ นิสฺสิตํ เอตฺถ ปฏิพทฺธนฺ"ติ. ๑- โส อตฺถโต ภูตานิ เจว อุปาทารูปานิ จ. เอวเมตฺถ "วตฺถุ รูปํ, ผสฺสปญฺจมกา นามนฺ"ติ นามรูปมตฺตเมว ปสฺสติ. รูปญฺเจตฺถ รูปกฺขนฺโธ, นามํ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธาติ ปญฺจกฺขนฺธมตฺตํ โหติ. นามรูปวินิมุตฺตา หิ ปญฺจกฺขนฺธา ปญฺจกฺขนฺธวินิมุตฺตํ วา นามรูปํ นตฺถิ.

โส "อิเม ปญฺจกฺขนฺธา กึเหตุกา"ติ อุปปริกฺขนฺโต "อวิชฺชาทิเหตุกา"ติ ปสฺสติ. ตโต ปจฺจยา เจว ปจฺจยุปฺปนฺนญฺจ อิทํ, อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา นตฺถิ, สุทฺธสงฺขารปุญฺชมตฺตเมวาติ สปฺปจฺจยนามรูปวเสน ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา "อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา"ติ สมฺมสนฺโต วิจรติ.

โส "อชฺช อชฺชา"ติ ปฏิเวธํ อากงฺขมาโน ตถารูเป ทิวเส อุตุสปฺปายํ ปุคฺคลสปฺปายํ โภชนสปฺปายํ ธมฺมสฺสวนสปฺปายํ จ ลภิตฺวา เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน วิปสฺสนํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อรหตฺเต ปติฏฺฐาติ. เอวํ อิเมสํปิ ติณฺณํ ชนานํ ยาว อรหตฺตา กมฺมฏฺฐานํ กถิตํ โหติ.

อิธ ปน ภควา อรูปกมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต เวทนาวเสน กเถสิ. ผสฺสวเสน วา หิ วิญฺญาณวเสน วา กถิยมานํ น ปากฏํ โหติ, อนฺธการํ วิย ขายติ. เวทนาวเสน ปน ปากฏํ โหติ. กสฺมา? เวทนาอุปฺปตฺติปากฏตาย. สุขทุกฺขเวทนานญฺหิ อุปฺปตฺติ ปากฏา. ยทา สุขํ อุปฺปชฺชติ, สกลสรีรํ โขเภนฺตํ มทฺทนฺตํ ผรมานํ อภิสนฺทยมานํ สตโธตํ สปฺปึ ขาทาปยนฺตํ วิย สตปากเตลํ มกฺขยมานํ วิย ฆฏสหสฺเสน ปริฬาหํ นิพฺพาปยมานํ วิย "อโห สุขํ อโห

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๔๕๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สติปัฏฐานสูตร”