สตฺถริ ปสาโทติ "อิติปิ โส ภควา"ติ อาทินา นเยน พุทฺธคุเณ อนุสฺสรนฺตานํ อุปฺปนฺนปฺปสาโท. ธมฺเม ปสาโทติ "สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม"ติอาทินา นเยน ธมฺมคุเณ อนุสฺสรนฺตานํ อุปฺปนฺนปฺปสาโท. สีเลสุ ปริปูรการิตาติ อริยกนฺเตสุ สีเลสุ ปริปูรการิตา. อริยกนฺตสีลานิ นาม ปญฺจสีลานิ. ตานิ หิ ภวนฺตรคโตปิ อริยสาวโก อตฺตโน อริยสาวกภาวํ อชานนฺโตปิ น วีติกฺกมติ. สเจปิ หิ นํ โกจิ วเทยฺย "อิมํ สกลจกฺกวตฺติรชฺชํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ขุทฺทกมกฺขิกํ ชีวิตา โวโรเปหี"ติ, อฏฺฐานเมตํ, ยํ โส ตสฺส วจนํ กเรยฺย. เอวํ อริยานํ สีลานิ กนฺตานิ ปิยานิ มนาปานิ. ตานิ สนฺธาย วุตฺตํ "สีเลสุ ปริปูรการิตา"ติ.
สหธมฺมิกา โข ปนาติ ภิกฺขุ ภิกฺขุนี สิกฺขมานา สามเณโร สามเณรี อุปาสโก อุปาสิกาติ เอเต สตฺต สหธมฺมจาริโน. เอเตสุ หิ ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สหธมฺมญฺจรติ สมานสิกฺขตาย. ตถา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีหิ ฯเปฯ อุปาสิกา อุปาสิกาหิ, โสตาปนฺโน โสตาปนฺเนหิ, สกทาคามี ฯเปฯ อนาคามี อนาคามีหิ สหธมฺมญฺจรติ. ตสฺมา สพฺเพ เจเต ๑- สหธมฺมิกาติ วุจฺจนฺติ. อปิเจตฺถ อริยสาวกาเยว อธิปฺเปตา. เตสํ หิ ภวนฺตเรปิ มคฺคทสฺสนมฺหิ วิวาโท นตฺถิ, ตสฺมา เต อจฺจนฺตํ เอกธมฺมจาริตาย สหธมฺมิกา. อิมินา "สุปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสํโฆ"ติอาทินา นเยน สํฆํ อนุสฺสรนฺตานํ อุปฺปนฺนปฺปสาโท กถิโต. เอตฺตาวตา จตฺตาริ โสตาปนฺนสฺส องฺคานิ กถิตานิ โหนฺติ.
อิเม โข โน อาวุโสติ อาวุโส อิเม จตฺตาโร ธมฺมา เตน ภควตา อมฺหากํ อสฺสาโส เจว พลญฺจาติ อกฺขาตา, เย มยํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมานา เอวํ วเทม.
[๑๔๑] โย อมฺหากํ สตฺถาติ อิมินา ปูรณกสฺสปาทิเก ฉ สตฺถาโร อปทิสฺสนฺติ. ยถา ปน อิทานิ สาสเน อาจริยอุปชฺฌายาทีสุ "อมฺหากํ อาจริโย, อมฺหากํ อุปชฺฌาโย"ติ เคหสิตเปมํ โหติ. เอวรูปํ เปมํ สนฺธาย "สตฺถริ ปสาโท"ติ วทนฺติ. เถโร ปนาห "ยสฺมา สตฺถา นาม น เอกสฺส, น ทฺวินฺนํ