น กุมฺภิมุขาติ กุมฺภิโต อุทฺธริตฺวา ทิยฺยมานํ ภิกฺขํ น คณฺหามิ. น กโฬปิมุขาติ กโฬปีติ อุกฺขลิ วา ปจฺฉิ วา, ตโตปิ น คณฺหามิ. กสฺมา? กุมฺภิกโฬปิโย มํ นิสฺสาย กฏจฺฉุนา ปหารํ ลภนฺตีติ. น เอฬกมนฺตรนฺติ อุมฺมารํ อนฺตรํ กตฺวา ทิยฺยมานํ น คณฺหามิ. กสฺมา? อยํ มํ นิสฺสาย อนฺตรกรณํ ลภตีติ. ทณฺฑมุสเลสุปิ เอเสว นโย. น ทฺวินฺนนฺติ ทฺวีสุ ภุญฺชมาเนสุ เอกสฺมึ อุฏฺฐาย เทนฺเต น คณฺหามิ. กสฺมา? กพฬนฺตราโย โหตีติ. น คพฺภินิยาติอาทีสุ ปน คพฺภินิยา กุจฺฉิยํ ทารโก กิลมติ, ปายนฺติยา ทารกสฺส ขีรนฺตราโย

@๔ ฉ.ม. ภทฺทนฺเตติ ๕ ฉ.ม. เอวํ โหติ, ปุริสนฺตรคตายาติ ๑- รติอนฺตราโย โหตีติ น คณฺหามิ. น สงฺกิตฺตีสูติ สงฺกิตฺเตตฺวา กตภตฺเตสุ. ทุพฺภิกฺขสมเย กิร อเจลกสาวกา อเจลกานํ อตฺถาย ตโต ตโต ตณฺฑุลาทีหิ ๒- สมาทเปตฺวา ภตฺตํ ปจนฺติ. อุกฺกฏฺฐาเจลโก. คโต ๓- น ปฏิคณฺหาติ,

น ยตฺถ สาติ ยตฺถ สุนโข ปิณฺฑํ ลภิสฺสามีติ อุปฏฺฐิโต โหติ, ตตฺถ ตสฺส อทตฺวา อาหฏํ น คณฺหามิ. กสฺมา? เอตสฺส ปิณฺฑนฺตราโย โหตีติ. สณฺฑสณฺฑจารินีติ สมูหสมูหจารินี, สเจ หิ อเจลกํ ทิสฺวา อิมสฺส ภิกฺขํ ทสฺสามาติ มานุสกา ภตฺตเคหํ ปวิสนฺติ. เตสุ จ ปวิสนฺเตสุ กโฬปิมุขาทีสุ นิลีนา มกฺขิกา อุปฺปติตฺวา สณฺฑสณฺฑา วิจรนฺติ. ๔- ตโต อาหฏภิกฺขํ น คณฺหามิ, กสฺมา? มํ นิสฺสาย มกฺขิกานํ โคจรนฺตราโย ชาโตติ, อหํปิ ตถา อกาสึ. น ถุโสทกนฺติ สพฺพสสฺสสมฺภาเรหิ ๕- กตํ โลณโสจิรกํ, ๖- เอตฺถ จ สุราปานเมว สาวชฺชํ, อยํ ปน สพฺเพสุปิ สาวชฺชสญฺญี.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๕๗๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มหาสีหนาทสูตร”