มิคลุทฺทโก หิ อรญฺญํ มิคานํ วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา "อิธ วสนฺติ, อิมินา มคฺเคน นิกฺขมนฺติ, เอตฺถ จรนฺติ, เอตฺถ ปิวนฺติ, อิมินา มคฺเคน ปวิสนฺตี"ติ สลฺลกฺเขตฺวา มคฺคํ ปิธาย กุมฺมคฺคํ วิวริตฺวา โอกจรญฺจ โอกจาริกญฺจ ฐเปตฺวา สยํ ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน สตฺตึ คเหตฺวา ติฏฺฐติ, อถ สายณฺหสมเย มิคา อกุโตภเย อรญฺเญ จริตฺวา ปานียํ ปิวนฺติ ๒- มิคโปตเกหิ สทฺธึ กีฬมานา วสนฏฺฐานสนฺติกํ อาคนฺตฺวา โอกจรญฺจ โอกจาริกญฺจ ทิสฺวา "สหายกา โน อาคตา ภวิสฺสนฺตี"ติ นิราสงฺกา ปวิสนฺติ, เต มคฺคํ ปิหิตํ ทิสฺวา "นายํ มคฺโค, อยํ มคฺโค ภวิสฺสตี"ติ กุมฺมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺติ. มิคลุทฺทโก น ตาว กิญฺจิ กโรติ, ปวิฏฺเฐสุ ปน สพฺพปจฺฉิม สนิกํ ๓- ปหรติ, โส อุตฺตสติ, ตโต สพฺเพ อุตฺตสิตฺวา "ภยํ อุปฺปนฺนนฺ"ติ ปุรโต โอโลเกตฺวา ๔- อุทเกน วา วเนน วา ปพฺพเตน วา สนฺนิรุทฺธํ มคฺคํ ทิสฺวา อุโภหิ ปสฺเสหิ องฺคุลิสงฺขลิกํ วิย คหนวนํ ปวิสิตุํ อสกฺโกนฺตา ปวิฏฺฐมคฺเคเนว

@๓ ฉ.ม. สณิกํ เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม. โอโลเกนฺตา นิกฺขมิตุํ อารภนฺติ. ลุทฺทโก เตสํ นิวตฺตภาวํ ๑- ญตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย ตึสํปิ จตฺตาฬีสํปิ มิเค ฆาเตติ. อิทํ สตฺถารา ๒- เอวญฺหิ โส ภิกฺขเว มหามิคสงฺโฆ อปเรน สมเยน อนยพฺยสนํ อาปชฺเชยฺยาติ วุตฺตํ.

"นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนํ, อวิชฺชาเยตํ ๓- อธิวจนนฺ"ติ เอตฺถ ยสฺมา อิเม สตฺตา อวิชฺชาย อญฺญาณา หุตฺวา นนฺทิราเคน อาพนฺธิตฺวา รูปารมฺมณาทีนิ อุปนีตา วฏฺฏทุกฺขสตฺติยา ฆาตํ ลภนฺติ. ตสฺมา ภควา โอกจรํ นนฺทิราโคติ, โอกจาริกํ อวิชฺชาติ กตฺวา ทสฺเสสิ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๖๔๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. เทวธาวิตักกสูตร”