ปตฺตจีวราทีสุ สงฺขาเรสุ โลเภ อุปฺปนฺเน ทฺวีหากาเรหิ สงฺขารมชฺฌตฺตตํ สมุฏฺฐเปตีติ สติปฏฺฐานวณฺณนายํ วุตฺตนเยน อสฺสามิกตาวกาลิกภาววเสน มนสิกโรโต โส ปหียติ, เตนสฺส อนิจฺจโต มนสิกาโร อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ, สตฺเตสุ โทเส อุปฺปนฺเน ปน อาฆาตวินยกกโจปมาทีนํ ๖- วเสน เมตฺตา ภาเวตพฺพา, ตํ ภาวยโต โทโส ปหียติ, เตนสฺส เมตฺตาภาวนา อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ. ขานุกณฺฏกติณปณฺณาทีสุ ปน โทเส อุปฺปนฺเน ตฺวํ กสฺส กุปฺปสิ, กึ ปฐวิธาตุยา, อุทาหุ อาโปธาตุยา, โก วา ปนายํ กุปฺปติ นาม, กึ ปฐวีธาตุ

@๔ ฉ.ม. อุสฺสาปิโต ๕ ฉ.ม. อาพทฺโธ ๖ ฉ.ม......กโจปโมวาทาทีนํ อุทาหุ อาโปธาตูติอาทินา นเยน ธาตุมนสิการํ กโรนฺตสฺส โทโส ปหียติ, เตนสฺส ธาตุมนสิกาโร อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ.

โมเห ปน ยตฺถ กตฺถจิ อุปฺปนฺเน:-

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๖๔๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. วิตักกสัณฐานสูตร”