@๖ ฉ.ม. สตฺตกฺขตฺตุํ, สี. สตกฺขตฺตุํ ๗ ฉ.ม....โภชนนฺเตว ๘ ฉ.ม. อิมาเนว หิ กถิโต. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺธา น ภยํ ทสฺเสนฺตา ๑- ตชฺเชตฺวา ปชหาเปนฺติ, อานิสํสํ ปน ทสฺเสตฺวา ปชหาเปนฺติ, เอวํปิ สตฺตา สุเขน ปชหนฺติ. ตสฺมา อานิสํสํ ทสฺเสนฺโต อิเม ปญฺจคุเณ ทสฺเสสิ. อนุสาสนี กรณียาติ ปุนปฺปุนํ สาสเน น ๒- กตฺตพฺพํ นาโหสิ "อิทํ กโรถ อิทํ มา กโรถา"ติ สตุปฺปาทกรณียมตฺตเมว อโหสิ. ตาวตฺตเกเนว เต กตฺตพฺพํ อกํสุ, ปหาตพฺพํ ปชหึสุ, ปฐมโพธิยํ ภิกฺขเว สุพฺพจา ภิกฺขู อเหสุํ อสฺสวา โอวาทปฏิกราติ.

อิทานิ เนสํ สุพฺพจภาวทีปกํ อุปมํ อาหรนฺโต เสยฺยถาปีติอาทิมาห. ตตฺถ สุภูมิยนฺติ สมภูมิยํ. "สุภูมิยํ สุเขตฺเต วิหตขาณุเก พีชานิ ปติฏฺฐเปยฺยา"ติ ๓- เอตฺถ ปน มณฺฑภูมิ สุภูมีติ อาคตา. จตุมหาปเถติ ทฺวินฺนํ มหามคฺคานํ วินิวิชฺฌิตฺวา คตฏฺฐาเน. อาชญฺญรโถติ วินีตอสฺสรโถ. โอธสฺตปโตโทติ ยถา รถํ อภิรุหิตฺวา ฐิเตน สกฺกา โหติ คณฺหิตุํ, เอวํ อาลมฺพนํ นิสฺสาย ติริยโต ฐปิตปโตโท. โยคฺคาจริโยติ อสฺสาจริโย. เสฺวว อสฺสทมฺเม สาเรตีติ อสฺสทมฺมสารถิ. เยนิจฺฉกนฺติ เยน เยน มคฺเคน อิจฺฉติ. ยทิจฺฉกนฺติ ยํ ยํ คตึ อิจฺฉติ. สาเรยฺยาติ อุชุกํ ปุรโต เปเสยฺย. ปจฺจาสาเรยฺยาติ ปฏินิวตฺเตยฺย.

เอวเมว โขติ ยถา หิ โส โยคฺคาจริโย เยน เยน มคฺเคน คมนํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ อสฺสา อารุฬฺหาว โหนฺติ. ยาย ยาย จ คติยา อิจฺฉติ, สา สา คติ คหิตาเยว โหติ. รถํ เปเสตฺวา อสฺสา เนว วาเรตพฺพา น วิชฺฌิตพฺพา โหนฺติ. เกวลํ เตสํ สเม ภูมิภาเค ขุเรสุ นิมิตฺตํ ฐเปตฺวา คมนเมว ปสฺสิตพฺพํ โหติ. เอวํ มยฺหํปิ เตสุ ภิกฺขูสุ ปุน ๔- วตฺตพฺพํ นาโหสิ. อิทํ กโรถ อิทํ มา กโรถาติ สตุปฺปาทนมตฺตเมว กตฺตพฺพํ โหติ. เตหิปิ ตาวเทว กตฺตพฺพํ กตเมว โหติ, อกตฺตพฺพํ ชหิตเมว. ตสฺมาติ ยสฺมา สุพฺพจา ยุตฺตยานปฏิภาคา หุตฺวา สตุปฺปาทนมตฺเตเนว ปชหึสุ, ตสฺมา ตุเมฺหปิ ปชหถาติ อตฺโถ. เอลณฺเฑหีติ เอลณฺฑา กิร สาลทูสนา โหนฺติ, ตสฺมา เอวมาห. วิโสเธยฺยาติ

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๖๖๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. กกจูปมสูตร”