@๓ ฉ.ม. ปาลิ. สุเขตฺเต สุภูเม สุวิหตขาณุกญฺฏเก พีชานิ

@ปติฏฺฐาเปยฺย, ที.มหา. ๑๐/๔๓๘/๒๙๙ ปายาสิสุตฺต ๔ ฉ.ม. ปุนปฺปุนํ เอลณฺเฑ เจว อญฺญา จ วลฺลิโย ฉินฺทิตฺวา พหินีหรเณน โสเธยฺย. สุชาตาติ สุสณฺฐิตา. สมฺมา ปริหเรยฺยาติ มริยาทํ พนฺธิตฺวา อุทกาสิญฺจเนนปิ กาเลน กาลํ มูลมูเล ขนเนนปิ ๑- วลฺลิคุมฺพาทิจฺเฉทเนนปิ กิปิลฺลปูฏกหรเณนปิ มกฺกฏกชาล- สุกฺขทณฺฑกหรเณนปิ สมฺมา วฑฺเฒยฺย ๒- โปเสยฺย. วุฑฺฒิอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว.

[๒๒๖] อิทานิ อกฺขนฺติยา โทสํ ทสฺเสนฺโต ภูตปุพฺพนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เวเทหิกาติ วิเทหรฏฺฐวาสิกสฺส กุลสฺส ๓- ธีตา. อถวา เวโทติ ปญฺญา วุจฺจติ, เวเทน อีหติ อิริยตีติ เวเทหิกา, ปณฺฑิตาติ อตฺโถ. คหปตานีติ ฆรสามินี. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติโฆโส. โสรตาติ โสรจฺเจน สมนฺนาคตา. นิวาตาติ นิวาตวุตฺติ. อุปสนฺตาติ นิพฺพุตา. ทกฺขาติ ภตฺตปจนสยนตฺถรณทีปุชฺชลนาทิกมฺเมสุ เฉกา. อนลสาติ อุฏฺฐาหิกา. สุสํวิหิตกมฺมนฺตาติ สุฏฺฐุ ฐปิตกมฺมนฺตา. ๔- เอกา อนลสา โหติ, ยํ ยํ ปน ภาชนํ คณฺหาติ, ตํ ตํ ภินฺทติ วา ฉิทฺทํ วา กโรติ, อยํ น ตาทิสาติ ทสฺเสติ.

ทิวา อุฏฺฐาสีติ ปาโตว กตฺตพฺพานิ เธนุทูหนาทิกมฺมานิปิ อกตฺวา อุสฺสูเร อุฏฺฐิตา. เห เช กาฬีติ อเร กาฬิ. กึ เช ทิวา อุฏฺฐาสีติ กินฺเต กิญฺจิ อผาสุกํ อตฺถิ, กึ ทิวา อุฏฺฐาสีติ. โน วต เร กิญฺจีติ อเร ยทิ เตน กิญฺจิ อผาสุกํ อตฺถิ, เนว สีสํ รุชฺชติ, น ปิฏฺฐิ, อถ กสฺมา ปาปทาสิ ๕- ทิวา อุฏฺฐาสีติ กุปิตา อนตฺตมนา ภากุฏึ อกาสิ. ทิวาตรํ อุฏฺฐาสีติ ปุน ทิวเส อุสฺสูรตรํ อุฏฺฐาสิ. อนตฺตมนวาจนฺติ อเร ปาปทาสิ อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสิ, กึ อติสีโตติ มญฺญสิ, ๖- อิทานิ ตํ สิกฺขาเปสฺสามีติอาทีนิ วทมานา กุปิตวจนํ นิจฺฉาเรสิ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๖๖๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. กกจูปมสูตร”