อิทานิ อิเม ปญฺจกฺขนฺเธ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ เอวนฺติปริวฏฺฏวเสน อคฺคณฺหนฺโต อยํ อริฏฺโฐ วิย มยฺหํ สาสเน กลลํ กจวรํ ปกฺขิปตีติ ทสฺเสนฺโต ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว รูปํ นิจฺจํ วาติอาทิมาห. ตตฺถ อนิจฺจํ ภนฺเตติ ภนฺเต ยสฺมา

@ตาโส เหสา ภิกฺขุสํ.ขนฺธ ๑๗/๕๕/๔๗ อุทานสุตฺต ๓ ฉ.ม. ทิฏฺฐินิสฺสยํ หุตฺวา น โหติ, ตสฺมา อนิจฺจํ, อุปฺปาทวยวตฺติโต วิปริณามตาวกาลิก- นิจฺจปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ อนิจฺจํ. ทุกฺขํ ภนฺเตติ ภนฺเต ปฏิปีฬนากาเรน ทุกฺขํ, สนฺตาปทุกฺขมทุกฺขวตฺถุกสุขปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ ทุกฺขํ. วิปริณามธมฺมนฺติ ภวสงฺกนฺติอุปคมนสภาวํ ปกติภาววิชหนสภาวํ. กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตาติ ยุตฺตํ นุโข ตํ อิเมสํ ติณฺณํ ตณฺหามานทิฏฺฐิคาหานํ วเสน อหํ มมาติ เอวํ คเหตุํ. โน เหตํ ภนฺเตติ อิมินา เต ภิกฺขู อวสวตฺตนากาเรน รูปํ ภนฺเต อนตฺตาติ ปฏิชานนฺติ. สุญฺญอสฺสามิกอนิสฺสรอตฺตปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ อนตฺตา.

ภควา หิ กตฺถจิ อนิจฺจวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ, กตฺถจิ ทุกฺขวเสน กตฺถจิ อุภยวเสน. "จกฺขุ อตฺตาติ โย วเทยฺย, ตํ น อุปปชฺชติ, จกฺขุสฺส อุปฺปาโทปิ วโยปิ ปญฺญายติ. ยสฺส โข ปน อุปฺปาโทปิ วโยปิ ปญฺญายติ, อตฺตา เม อุปฺปชฺชติ จ เวติ จาติ อิจฺจสฺส เอวมาคตํ โหติ, ตสฺมา ตํ น อุปปชฺชติ, จกฺขุ อนตฺตาติ โย วเทยฺย, อิติ จกฺขุ อนตฺตา"ติ ๑- อิมสฺมึ หิ ฉฉกฺกสุตฺเต อนิจฺจวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. "รูปญฺจ หิทํ ภิกฺขเว อตฺตา อภวิสฺส, นยิทํ รูปํ อาพาธาย สํวตฺเตยฺย, ลพฺเภถ จ รูเป' เอวํ เม รูปํ โหติ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี'ติ. ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว รูปํ อนตฺตา, ตสฺมา รูปํ อาพาธาย สํวตฺตติ, น จ ลพฺภติ รูเป'เอวํ เม รูปํ โหตุ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี"ติ ๒- อิมสฺมึ อนตฺตลกฺขณสุตฺเต ทุกฺขวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. "รูปํ ภิกฺขเว อนิจฺจํ, ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา, ยทนตฺตา, ตํ' เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา'ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพนฺ"ติ ๓- อิมสฺมึ อรหตฺตสุตฺเต อุภยวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. กสฺมา? อนิจฺจํ ทุกฺขํ จ ปากฏํ. อนตฺตาติ น ปากฏํ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๖๘๖

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อลคัททูปมสูตร”