อสิสูนาติ เอตฺถ ยถา สูนาย อุปริ มํสํ ฐเปตฺวา อสินา โกฏฺเฏนฺติ, เอวมิเม สตฺตา วตฺถุกามตฺถาย กิเลสกาเมหิ ฆาฏิยมานา ๒- วตฺถุกามานํ อุปริ กตฺวา กิเลสกาเมหิ กนฺติตา โกฏฺฏิตาว ๓- โหนฺติ. เตนาห ภควา "อสิสูนาติ โข ภิกฺขุ ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจนนฺ"ติ. ปชห ปญฺจ กามคุเณติ เอตฺถ ปญฺจกามคุเณสุ ฉนฺทราคปฺปหานํ กถิตํ.

มํสเปสีติ โข ภิกฺขูติ เอตฺถ อยํ มํสเปสิ นาม พหุชนปตฺถิตา ขตฺติยาทโย มนุสฺสาปิ นํ ปตฺเถนฺติ กากาทโย ติรจฺฉานาปิ. อิเม หิ สตฺตา อวิชฺชาสมนฺนาคตา ๔- นนฺทิราคํ อุปคมฺม วฏฺฏํ ปตฺเถนฺติ. ๕- ยถา วา มํสเปสิ ฐปิตฐปิตฏฺฐาเน ลคฺคติ, เอวมิเม สตฺตา นนฺทิราคพนฺธา วฏฺเฏ ลคฺคนฺติ, ทุกฺขปฺปตฺตาปิ ๖- น อุกฺกณฺฐนฺติ, อิติ นนฺทิราโค มํสเปสิสทิโส โหติ. เตนาห ภควา "มํสเปสีติ โข ภิกฺขุ นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจนนฺ"ติ. ปชห นนฺทิราคนฺติ เอตฺถ จตุตฺถมคฺเคน นนฺทิราคปฺปหานํ กถิตํ.

นาโคติ โข ภิกฺขุ ขีณาสวสฺเสตํ ภิกฺขุโน อธิวจนนฺติ เอตฺถ เยนตฺเถน ขีณาสโว นาโคติ วุจฺจติ, โส อนงฺคณสุตฺเต ๗- ปกาสิโตว. นโม กโรหิ นาคสฺสาติ ขีณาสวสฺส พุทฺธนาคสฺส "พุทฺโธ โส ภควา โพธาย ธมฺมํ เทเสติ, ทนฺโต โส ภควา ทมถาย ธมฺมํ เทเสติ, สนฺโต โส ภควา สมถาย ธมฺมํ เทเสติ, ติณฺโณ โส ภควา ตรณาย ธมฺมํ เทเสติ, ปรินิพฺพุโต โส ภควา ปรินิพฺพานาย ธมฺมํ เทเสตี"ติ ๘- เอวํ นมกฺการํ กโรหีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิติ อิทํ สุตฺตํ

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๗๑๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. วัมมิกสูตร”