อายสฺมา ปน ปุณฺโณ อตฺริจฺฉตํ ปาปิจฺฉตํ มหิจฺฉตํ จ ปหาย สพฺพโส อิจฺฉาปฏิปกฺขภูตาย อโลภสงฺขาตาย ปริสุทฺธาย อปฺปิจฺฉตาย สมนฺนาคตตฺตา อปฺปิจฺโฉ นาม อโหสิ. ภิกฺขูนํปิ "อาวุโส อตฺริจฺฉตา ปาปิจฺฉตา มหิจฺฉตาติ อิเม ธมฺมา ปหาตพฺพา"ติ เตสุ อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา เอวรูปํ อปฺปิจฺฉตํ สมาทาย วตฺติตพฺพนฺติ อปฺปิจฺฉกถํ กเถสิ. เตน วุตฺตํ "อตฺตนา จ อปฺปิจฺโฉ อปฺปิจฺฉกถํ จ ภิกฺขูนํ กตฺตา"ติ.
ทฺวาทสวิธสนฺโตสวณฺณนา
อิทานิ อตฺตนา จ สนฺตุฏฺโฐติอาทีสุ วิเสสตฺถเมว ทีปยิสฺสาม. โยชนา ปน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. สนฺตุฏฺโฐติ อิตรีตรปจฺจยสนฺโตเสน สมนฺนาคโต. โส ปเนส สนฺโตโส ทฺวาทสวิโธ โหติ. เสยฺยถีทํ? จีวเร ตาว ๑- ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ ติวิโธ, เอวํ ปิณฺฑปาตาทีสุ. ตสฺสายํ ปเภทสํวณฺณนา.
อิธ ภิกฺขุ จีวรํ ลภติ สุนฺทรํ วา อสุนฺทรํ วา, โส เตเนว ยาเปติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ, อยมสฺส จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส. อถ โย ปกติทุพฺพโล วา โหติ อาพาธชราภิภูโต วา, ครุจีวรํ ปารุเปนฺโต ๒- กิลมติ, โส สภาเคน ภิกฺขุนา สทฺธึ ตํ ปริวตฺเตตฺวา ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ, อยมสฺส จีวเร ยถาพลสนฺโตโส. อปโร ปณีตปจฺจยลาภี โหติ,