เถรํ กิร เอกา อุปาสิกา ทฺวาทส วสฺสานิ อุปฏฺฐหิ. เอกทิวสํ ตสฺมึ คาเม อคฺคิ อุฏฺฐหิตฺวา เคหานิ ฌาเปสิ. อญฺเญสํ กุลูปกภิกฺขู อาคนฺตฺวา "กึ อุปาสิเก อปิ กิญฺจิ ภณฺฑกํ อโรคํ กาตุํ อสกฺขิตฺถา"ติ ปฏิสนฺถารํ อกํสุ. มนุสฺสา "อมฺหากํ มาตุ กุลูปกตฺเถโร ภุญฺชนเวลายเมว อาคมิสฺสตี"ติ อาหํสุ. เถโรปิ ปุนทิวเส ภิกฺขาจารเวลํ สลฺลกฺเขตฺวาว อาคโต. อุปาสิกา โกฏฺฐจฺฉายาย ๑- นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ สมฺปาเทตฺวา อทาสิ. เถเร ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปกฺกนฺเต มนุสฺสา อาหํสุ "อมฺหากํ มาตุ กุลูปกตฺเถโร ภุญฺชนเวลายเมว อาคโต"ติ. อุปาสิกา "ตุมฺหากํ กุลูปกา ตุมฺหากํเยว อนุจฺฉวิกา, มยฺหํ เถโร มยฺหเมว อนุจฺฉวิโก"ติ อาห. อายสฺมา ปน มนฺตานิปุตฺโต อิเมหิ ปญฺจหิ สํสคฺเคหิ จตูหิปิ ปริสาหิ สทฺธึ อสํสฏฺโฐ คาหมุตฺตโก เจว มุตฺตมุตฺตโก จ อโหสิ. ยถา จ สยํ อสํสฏฺโฐ, เอวํ ภิกฺขูนํปิ ตํ อสํสคฺคกถํ กตฺตา อโหสิ.

อารทฺธวิริโยติ ปคฺคหิตวิริโย, ปริปุณฺณกายิกเจตสิกวิริโยติ อตฺโถ. โย หิ ภิกฺขุ คมเน อุปฺปนฺนกิเลสํ ฐานํ ปาปุณิตุํ น เทติ, ฐาเน อุปฺปนฺนกิเลสํ นิสชฺชํ, นิสชฺชาย อุปฺปนฺนกิเลสํ สยนํ ปาปุณิตุํ น เทติ, มนฺเตน กณฺหสปฺปํ อุปฺปีเฬตฺวา คณฺหนฺโต วิย, อมิตฺตํ คีวายํ อกฺกมนฺโต วิย จ วิจรติ, อยํ อารทฺธวิริโย นาม. เถโร จ ตาทิโส อโหสิ. ภิกฺขูนํปิ ตเถว วิริยารมฺภกถํ กตฺตา อโหสิ.

สีลสมฺปนฺโนติอาทีสุ สีลนฺติ จตุปฺปาริสุทฺธิสีลํ. สมาธีติ วิปสฺสนาปาทกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย. ปญฺญาติ โลกิยโลกุตฺตรวเสน ญาณํ. ๑- วิมุตฺตีติ อริยผลํ. วิมุตติ ญาณทสฺสนนฺติ เอกูนวีสติวิธํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. เถโร สยํปิ สีลาทีหิ สมฺปนฺโน

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๗๓๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. รถวินีตสูตร”