สาวตฺถิยํ กิร วิหาโร กทาจิ มหา โหติ กทาจิ ขุทฺทโก. ตทา หิ โส วิปสฺสิสฺส ภควโต กาเล โยชนิโก อโหสิ, สิขิสฺส ติคาวุโต, เวสฺสภุสฺส อฑฺฒโยชนิโก, กกุสนฺธสฺส คาวุตปฺปมาโณ, โกนาคมนสฺส อฑฺฒคาวุตปฺปมาโณ, กสฺสปสฺส วีสติอุสภปฺปมาโณ, อมฺหากํ ภควโต กาเล อฏฺฐกรีสปฺปมาโณ ชาโต. ตํปิ นครํ ตสฺส วิหารสฺส กทาจิ ปาจีนโต โหติ, กทาจิ ทกฺขิณโต, กทาจิ ปจฺฉิมโต, กทาจิ อุตฺตรโต. เชตวเน คนฺธกุฏิยํ ปน จตุนฺนํ มญฺจปาทานํ ปติฏฺฐิตฏฺฐานํ อจลเมว.

จตฺตาริ หิ อจลเจติยฏฺฐานานิ นาม มหาโพธิปลฺลงฺกฏฺฐานํ อิสิปตเน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนฏฺฐานํ สงฺกสฺสนครทฺวาเร เทโวโรหณกาเล โสปานสฺส ปติฏฺฐานฏฺฐานํ ๒- มญฺจปาทฏฺฐานนฺติ. อยํ ปน ปุพฺพโกฏฺฐโก กสฺสปทสพลสฺส วีสติอุสภวิหารกาเล ปาจีนทฺวาเร โกฏฺฐโก อโหสิ. โส อิทานิปิ ปุพฺพโกฏฺฐโกเตฺวว ปญฺญายติ. กสฺสปทสพลสฺส กาเล อจิรวตีนครํ ปริกฺขิปิตฺวา สนฺทมานา

เอวํ ฐิตสฺส ปน ภควโต สรีรํ วิกสิตกมลุปฺปลสรํ สพฺพปาลิผุลฺลํ ปาริจฺฉตฺตกํ ตารามรีจิวิกสิตํ จ คคนตลํ สิริยา อวหสมานํ วิย วิโรจิตฺถ. พฺยามปฺปภาปริกฺเขปวิลาสินี จสฺส ทฺวตฺตึสวรลกฺขณมาลา คนฺเถตฺวา ฐปิต- ทฺวตฺตึสจนฺทมาลา วิย, ทฺวตฺตึสสุริยมาลา วิย, ปฏิปาฏิยา ฐปิตทฺวตฺตึสจกฺกวตฺติ ทฺวตฺตึสเทวราชา ทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมาโน วิย จ อติวิย วิโรจิตฺถ, วณฺณภูมิ นาเมสา. เอวรูเปสุ ฐาเนสุ พุทฺธานํ สรีรวณฺณํ วา คุณวณฺณํ วา จุณฺณิยปเทหิ วา คาถาหิ วา อตฺถญฺจ อุปมาโย จ การณานิ จ อาหริตฺวา ปฏิพเลน ธมฺมกถิเกน ปูเรตฺวา กเถตุํ วฏฺฏตีติ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ ธมฺมกถิกสฺส ถาโม เวทิตพฺโพ.

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๗๕๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปาสราสิสูตร”