ปุตฺตภริยนฺติ ปุตฺตา จ ภริยา จ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ชาตรูปรชตนฺติ เอตฺถ ปน ชาตรูปนฺติ สุวณฺณํ. รชตนฺติ ยงฺกิญฺจิ โวหารูปคํ โลหมาสกาทิ. ชาติธมฺมา เหเต ภิกฺขเว อุปธโยติ เอเต ปญฺจ กามคุณา อุปธโย นาม โหนฺติ, เต สพฺเพปิ ชาติธมฺมาติ ทสฺเสติ. พฺยาธิธมฺมวาราทีสุ ชาตรูปรชตํ น คหิตํ, น เหตสฺส สีสโรคาทโย พฺยาธโย นาม โหนฺติ, น สตฺตานํ วิย จุติสงฺขาตํ มรณํ, น โสโก อุปฺปชฺชติ. ชราทีหิ ๑- ปน สงฺกิเลเสหิ สงฺกิลิสฺสตีติ สงฺกิเลสิกธมฺมวาเร ๒- คหิตํ. ตถา อุตุสมุฏฺฐานตฺตา ชาติธมฺมวาเร. มลํ คเหตฺวา ชีรณโต ชราธมฺมวาเร จ.

[๒๗๕] อยํ ภิกฺขเว อริยปริเยสนาติ ภิกฺขเว อยํ นิทฺโทสตายปิ อริเยหิ ปริเยสิตพฺพตายปิ อริยปริเยสนาติ เวทิตพฺพา.

[๒๗๖] อหํปี สุทํ ภิกฺขเวติ กสฺมา อารภิ? มูลโต ปฏฺฐาย มหาภินิกฺขมนํ ทสฺเสตุํ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ "ภิกฺขเว อหํปิ ปุพฺเพ อนริยปริเยสนํ ปริเยสึ, สฺวาหํ ตํ ปหาย อริยปริเยสนํ ปริเยสิตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต. ปญฺจวคฺคิยาปิ อนริยปริเยสนํ ปริเยสึสุ, เต ตํ ปหาย อริยปริเยสนํ ปริเยสิตฺวา ขีณาสวภูมึ ปตฺตา. ตุเมฺหปิ มม เจว ปญฺจวคฺคิยานญฺจ มคฺคํ อารุฬฺหา. อริยปริเยสนา ตุมฺหากํ ปริเยสนา"ติ มูลโต ปฏฺฐาย อตฺตโน มหาภินิกฺขมนํ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

[๒๗๗] ตตฺถ ทหโรว สมาโนติ ตรุโณว สมาโน. สุสุกาฬเกโสติ สุฏฺฐุ กาฬเกโส, อญฺชนวณฺณเกโสว หุตฺวาติ อตฺโถ ภเทฺรนาติ ภทฺทเกน. ปฐเมน วยสาติ ติณฺณํ วยานํ ปฐมวเยน. อกามกานนฺติ อนิจฺฉมานานํ, อนาทรตฺเถ

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๗๕๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปาสราสิสูตร”