[๒๗๘] น โข ราโม อิมํ ธมฺมนฺติ อิธาปิ โพธิสตฺโต ตํ ธมฺมํ อุคฺคณฺหนฺโตเยว อญฺญาสิ "นายํ อฏฺฐสมาปตฺติธมฺโม อุทกสฺส วาจาย อุคฺคหิตมตฺโตว ฐปิโต, ๑- อทฺธา ปเนส อฏฺฐสมาปตฺติลาภี"ติ. เตนสฺส เอตทโหสิ "น โข ราโม ฯเปฯ ชานํ ปสฺสํ วิหาสี"ติ. เสสเมตฺถ ปุริมวาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

[๒๗๙] เยน อุรุเวลา เสนานิคโมติ เอตฺถ อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ. อถวา อุรูติ วาลิกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา, เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อตีเต กิร อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ทสสหสฺสา กุลปุตฺตา ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ตสฺมึ ปเทเส วิหรนฺตา เอกทิวสํ สนฺนิปติตฺวา กติกวตฺตํ อกํสุ "กายกมฺมวจีกมฺมานิ นาม ปเรสํปิ ปากฏานิ โหนฺติ, มโนกมฺมํ ปน อปากฏํ. ตสฺมา โย กามวิตกฺกํ วา พฺยาปาทวิตกฺกํ วา วิหึสาวิตกฺกํ วา วิตกฺเกติ, ตสฺส อญฺโญ โจทโก นาม นตฺถิ, โส อตฺตนาว อตฺตานํ โจเทตฺวา ปฏฺฏปุเฏน ๒- วาลิกํ อาหริตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน อากิรตุ, อิทมสฺส ทณฺฑกมฺมนฺ"ติ. ตโต ปฏฺฐาย โย ตาทิสํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ, โส ตตฺถ ปฏฺฏปุเฏน วาลิกํ อากิรติ, เอวํ ตตฺถ อนุกฺกเมน มหาวาลิกราสิ ชาโต. ตโต นํ ปจฺฉิมา ชนตา ปริกฺขิปิตฺวา เจติยฏฺฐานมกาสิ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ "อุรุเวลาติ มหาเวลา, มหาวาลิกราสีติ อตฺโถ"ติ. ตเมว สนฺธาย วุตฺตํ "อถวา อุรูติ วาลิกา วุจฺจติ, เวลาติ มริยาทา, เวลาติกฺกมนเหตุ อาหฏา อุรุ อุรุเวลาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ"ติ.

เสนานิคโมติ เสนาย นิคโม. ปฐมกปฺปิกานํ กิร ตสฺมึ ฐาเน เสนานิเวโส อโหสิ, ตสฺมา โส ปเทโส เสนานิคโมติ วุจฺจติ. "เสนานิคาโม"ติปิ ปาโฐ. เสนานิ นาม สุชาตาย ปิตา, ตสฺส คาโมติ อตฺโถ. ตทวสรินฺติ ตตฺถ โอสรึ. รมณียํ ภูมิภาคนฺติ สุปุปฺผิตนานปฺปการชลชถลชปุปฺผวิจิตฺตํ มโนรมํ ภูมิภาคํ. ปาสาทิกญฺจ

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๗๖๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปาสราสิสูตร”