ตตฺถ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ภควโต ธมฺมเทสนา อตฺถํ สาเธติ. ปทปรมานํ อนาคเต วาสนตฺถาย โหติ. อถ ภควา อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถาวหํ ธมฺมเทสนํ วิทิตฺวา เทเสตุกมฺยตํ อุปฺปาเทตฺวา ปุน สพฺเพปิ ตีสุ ภเวสุ สตฺเต ภพฺพาภพฺพวเสน เทฺว โกฏฺฐาเส อกาสิ. เย สนฺธาย วุตฺตํ "กตเม เต สตฺตา อภพฺพา, เย เต สตฺตา กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา อสฺสทฺธา อจฺฉนฺทิกา ทุปฺปญฺญา อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ, อิเม เต สตฺตา อภพฺพา. กตเม เต สตฺตา ภพฺพา, เย เต สตฺตา น กมฺมาวรเณน ฯเปฯ อิเม เต สตฺตา ภพฺพา"ติ. ๑- ตตฺถ สพฺเพปิ อภพฺพปุคฺคเล ปหาย ภพฺพปุคฺคเลเยว ญาเณน ปริคฺคเหตฺวา "เอตฺตกา ราคจริตา เอตฺตกา โทสโมหจริตา วิตกฺกสทฺธาพุทฺธิจริตา จา"ติ ฉ โกฏฺฐาเส อกาสิ. เอวํ กตฺวา ธมฺมํ เทสิสฺสามีติ จินฺเตสิ.

ปจฺจภาสินฺติ ปฏิอภาสึ, อปารุตาติ วิวฏา. อมตสฺส ทฺวาราติ อริยมคฺโค. โส หิ อมตสงฺขาตสฺส นิพฺพานสฺส ทฺวารํ, โส มยา วิวริตฺวา ฐปิโตติ ทสฺเสติ. ปมุญฺจนฺตุ สทฺธนฺติ สพฺเพ อตฺตโน สทฺธํ ปมุญฺจนฺตุ วิสฺสชฺเชนฺตุ. ปจฺฉิมปททฺวเย อยมตฺโถ, อหญฺหิ อตฺตโน ปคุณํ สุปฺปวตฺติตมฺปิ อิมํ ปณีตํ อุตฺตมธมฺมํ กายวาจากิลมถสญฺญี หุตฺวา น ภาสึ. อิทานิ ปน สพฺโพ ชโน สทฺธาภาชนํ อุปเนตุ, ปูเรสฺสามิ เนสํ สงฺกปฺปนฺติ.

[๒๘๔] ตสฺส มยฺหํ ภิกฺขเว เอตทโหสีติ เอตํ อโหสิ. กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺยนฺติ อยํ ธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อุทปาทีติ อตฺโถ. กทา ปเนส อุทปาทีติ. พุทฺธภูตสฺส อฏฺฐเม สตฺตาเห.

ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา:- โพธิสตฺโต กิร มหาภินิกฺขมนทิวเส วิวฏํ อิตฺถาคารํ ทิสฺวา สํวิคฺคหทโย "กณฺฐกํ อาหรา"ติ ฉนฺนํ อามนฺเตตฺวา ฉนฺนสหาโย

เล่มที่ ๑๒ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์๗๗๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. ปาสราสิสูตร”